ความสุข จะมีความหมายแท้จริง เมื่อได้แบ่งปัน ... The simple life-ชีวิตที่เรียบง่าย Adventurous-รักการผจญภัย Brave heart-ใจกล้าหาญ Creative-มีความคิดสร้างสรรค์ ...

วันศุกร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

Sailing Langsuan แล่นใบหลังสวน ตอน น้ำท่วมใหญ่ภาคใต้ ประเทศไทย

Sailing Langsuan แล่นใบหลังสวน ตอน น้ำท่วมใหญ่ภาคใต้ ประเทศไทย

แล่นใบหลังสวน สัมผัสต้นมะพร้าวและทะเล มาดูเมฆ ดูลม ชมคลื่น แล่นใบ และเพื่อนเก่า กับ my destiny ของผม 


kindness boomerang from ตุ้ม สี่แคว on Vimeo.



ชีวิตในหลายๆครั้ง มันก็เหมือนโชคชะตา ฟ้าลิขิต ขีดเส้นไว้

มีเจ้าหน้าที่ติดต่อ ให้ไปงาน "๙ ในดวงใจนิรันดร์ Still on my mind."



งานนี้จะเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจที่สำคัญ ของในหลวงรัชกาลที่ 9 จะมีเรื่องเกี่ยวกับ การทำฝนเทียม เรือใบ กังหันชัยพัฒนา รถยนต์ที่ใช้เป็นพาหนะไปในถิ่นธุรกันดาร และรูปที่หาดูได้ยากอีกมาก มีผู้ว่าราชการจังหวัด และนายกเทศมนตรี มาเปิดงาน




เขาต้องการอะไรที่มันเป็นของจริงๆ ให้คนมาสัมผัส เหมือนจำลองบรรยากาศให้สมจริง
 

แล้วเขาหา เรือใบมดไม่ได้ แถวนี้จะมีได้ไงนั่นซิ น้องสามของผมก็เลยถูกหวยชุดก้อนใหญ่ไปเลย ได้แอคติ้งจอดคู่กับเครื่องบิน Cessna และ landrover จอมเก๋า 


ผู้คนก็ได้มาสัมผัสเรือใบจริงๆ เครื่องบินจริงๆ ถ่ายรูปกันเป็นที่ระลึกกัน


มีอยู่รูปนึง ที่รถจอดบนสะพานในถิ่นธุรกันดาร แล้วในหลวง ร.9 นั่งพิงรถบนสะพาน สะพานอันนี้สร้างเหมือนกับที่เห็นในรูปเลย

  
 รถไฟก็มาด้วย ถึงแล้วครับ สถานีนครสวรรค์ ปากน้ำโพ


ล่ำลาน้องสาม ทริปนี้เลยต้องเป็นหน้าที่ของ น้องสี่

เทรลเลอร์ D.I.Y. ตัวนี้ได้ทดสอบ ลากไปมา 3 ที่ไกลๆ แล้วครับ ระยะทางประมาณ 4 พันกิโลเมตร
-ไปกลับบ้านกรูด
-ไปกลับบางเสร่แวะหาน้าเจมส์ ดอน
-ไปกลับหลังสวน

เวลาใส่ไป 2 ลำนี่ อลังการมาก  



น้าเอี้ยงมีบ้าน 2 หลัง ยกบ้านให้หลังนึงให้ผมนอนคนเดียว ดูหน้าเอี้ยงทำกับผม ครั้งก่อนทริปที่แล้วเรายังนอนด้วยกันอยู่เลย

คนใต้ใจดีจัง สงสัยต้องตระเวนให้ครบ 14 จังหวัดแล้วหล่ะ  



 แอบย่องมาตอนเช้า จะไปแล่นใบ พอสตาร์ทเครื่อง กลัวผมอด มาเลี้ยงข้าวอีก ทั้งๆที่งานน้าเอี้ยงนอนตี 3 ร้านอาหารภาคใต้นี่จะมีน้ำพริกกะปิ พร้อมผักสดให้อีกแล้วครับ อร่อยมากๆ

เดี๋ยวมาไม่ถึงใต้ จัดไป คั่วกลิ้ง กับไข่เทวดา 




 ไปทะเลกันดีกว่า ได้ข่าวว่าอ่าวไทยคลื่นลมแรง น้ำท่วมไป 12 จังหวัด 


สะพาน ปากน้ำหลังสวน


 มาดูเมฆครับ เมฆเต็มฟ้าเลย ปรกติแม่น้ำหลังสวนสีของน้ำไม่ใช่สีนี้ น้ำสีโกโก้เลย


ท่าเทียบเรือประมง ทำไมเงียบจัง 




ดูพยากรณ์อากาศก่อน

บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงปกคลุมประเทศไทยและทะเลจีนใต้ ทำให้มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง ส่งผลให้จะมีฝนตกหนักบางพื้นที่ทางภาคใต้ตอนล่างบริเวณจังหวัดพัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส จนถึงวันที่ 25 มกราคม 2560 นี้ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ฝนที่ตกสะสม น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และในพื้นที่เสี่ยงภัยขอให้เฝ้าระวังดินโคลนถล่ม และติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด

สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนล่างยังคงมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยตามชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่ซัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งในระยะไว้ด้วย
ส่วนหลังจากวันที่ 26 มกราคม 2560 ฝนทางภาคใต้ตอนล่างจะเริ่มลดลง และคลื่นลมจะมีกำลังอ่อนลง เว้นแต่ทางตอนล่างของจังหวัดสงขลาคลื่นลมยังคงมีกำลังแรง


สรุปให้ระวัง ฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม คลื่นลมอ่าวไทยกำลังแรง คลื่นสูง 2-3 เมตร ลมแรงซัดหาฝั่ง ชาวเรือควรระมัดระวัง เรือเล็กงดออกจากฝั่ง

พระเจ้าช่วย! พยากรณ์อากาศแบบไม่เหลือชิ้นดีเลย และทีวีก็อ่านข่าวแบบนั้น ประเทศไทยนี่มันแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ


  
แล้วก็ได้ Ramp เรือปากน้ำหลังสวนอีกหนึ่งแร็มป์ : http://tumsikwae.blogspot.com/2017/01/ramp-paknam-khlong-langsuan.html

  
หลังต้นไม้ คือ ทะเล

  
ภาระกิจ ลากเรือไปทั่วประเทศ ไปทุกที่ที่มีทะเล

  
มาเช้าไป อากาศยังเย็นอยู่ ต้องรอสักพัก

สังเกตุคลื่นหน้าหาด มีคลื่น Surf ด้วย ห่างฝั่งประมาณ 20-30 เมตร แสดงว่าตรงนั้นเป็นเขตน้ำตื้น พอเลย 30 เมตรไปมีคลื่นนิดหน่อย ตรงนั้นเป็นเขตน้ำลึก

 


ถ้าคุณจะเล่นเรือให้ปลอดภัย หรือจอดเรือให้เป็น คุณต้องดูคลื่นให้เป็น

สนใจการดูคลื่น คลิก => การเดินทางของคลื่น ตอนคลื่นกระทบฝั่ง : http://tumsikwae.blogspot.com/2015/03/journal-of-shallow-water-wave.html

ตอนนี้ชมนก ชมไม้ ทำสมาธิ หรือจิบเบียร์ อยากทำอะไรก็ไปทำก่อน มีเวลานั่งคิดเพ้อเจ้อ

 

เกษียณอายุ ทำอะไรดีหนอ ...แบบนักแล่นเรือ... 



หนึ่ง...คนที่ไม่ค่อยรู้จัก จะกลายเป็นคนไม่รู้จักเลย ร้อยละ 80 ของคนรู้จัก เลื่อนชั้นกลายเป็นคนไม่ค่อยรู้จัก เพื่อนแท้จะมีไม่เกินนิ้วทั้ง 5 ของมือข้างเดียว กังวลอะไร ข้อดี ไม่ต้องเสียเวลาไปกับคนอื่น มีเวลาให้ตัวเองและครอบครัวมากขึ้น

สอง...เมื่อไม่มีลูกน้อง ฉะนั้นเราต้องช่วยเหลือตัวเองและทำอะไรด้วยตัวเอง ข้อดี เป็นการใช้ทักษะที่ได้เรียนรู้มาตลอดชีวิต และออกกำลังกายไปในตัว ...ใช้เวลาที่เหลือไม่มาก กับตัวเองอย่างคุ้มค่า จะได้ทำทุกสิ่งทุกอย่างได้ด้วยตัวเอง

สาม...งานสังคมจะน้อยลงตามลำดับ จนไม่เหลือเลย ข้อดี ไม่ต้องเสียเวลาปั้นหน้าต่อคนหมู่มาก ไม่ต้องจ่ายภาษีสังคม ไม่ต้องเปลืองชุดออกงาน ส่วนใหญ่พอเกษียณแล้วจะเจอแต่งานศพบ่อยขึ้น มีแต่เรื่องน่าเบื่อ คนรู้จักก็ทะยอยไปทีละคนสองคน

สี่...เมื่อรายได้หลักถูกปิดก๊อกแล้ว ให้สำรวจดูว่าทรัพย์ที่สะสมไว้จากการทำงาน เช่นที่ดิน ตึก บ้าน ให้เปลี่ยนเป็นการให้เช่าทั้งหมด ก็จะมีรายได้สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายที่จำเป็นสำคัญๆ เหมือนกับเงินบำนาญ รายเดือน หรือทรัพย์มรดกมีเหลือให้ใช้จ่ายได้อีกเท่าไหร่ วางแผนแบ่งปันให้ลูกไป ปรับวิถีชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง คือมีเท่าไหร่ก็ให้ใช้แบบสมฐานะพอเพียง ไม่ให้เกินตัว การมีชีวิตอยู่ในชนบทอยู่กับธรรมชาติ จะตอบโจทย์ข้อนี้ได้ เพราะเงินจะไม่ค่อยสำคัญ ความจำเป็นในการใช้น้อยมาก อย่าหวังพึ่งลูกดูแล สมัยนี้หากินยากกว่าสมัยก่อน เป็นภาระลูกหลานเปล่าๆ ถ้าทำตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ของกินสำหรับดำรงชีพจะมีเหลือพอ จนสามารถนำมาขายได้ พอเพียงไว้ใช้เป็นค่าใช้จ่ายอย่างอื่น เช่น ค่าน้ำมัน ค่าซ่อมแซมอุปกรณ์ต่างๆ ค่ารักษาพยาบาล ค่าอะไหล่เรือ

ห้า...ให้ทำในสิ่งที่เรียกว่า Bucket list คือ สิ่งที่อยากทำในชีวิตก่อนจากไป (ตาย) ถ้าเราไม่เคยคิดหรือเตรียมความพร้อมเมื่อต้องตาย เวลาสุดท้ายก่อนจะเสียชีวิต จะเสียใจเป็นอย่างมากว่า ทำไมตอนที่มีชีวิตอยู่แล้วทำไมไม่ทำ จะจวนเจียนตายมาเสียใจว่าไม่ได้ทำ ก็ไม่มีประโยชน์

หก...สิ่งที่มีค่ามากที่สุดคือสุขภาพ เพราะไม่สามารถหาซื้อได้ด้วยเงิน เพลาๆของมึนเมาหน่อย การแล่นเรือมีส่วนสำคัญในทำให้สุขภาพให้แข็งแรงได้ออกกำลังได้สูดอากาศบริสุทธิ์ เมื่อเกษียณแล้ว การแล่นเรือไม่ว่าจะเป็น เรือตกปลา เรือใบ หรือกีฬาทางน้ำมีเหนื่อยแน่นอน ได้ออกกำลังกายทางอ้อม แถมยังได้ของกินเป็นอาหารทะเลเป็นของแถม เช่น ปลาทะเล ปลาหมึก หอย ปลิงทะเล ถ้าได้เยอะก็เอาไปแจกเพื่อนบ้าน หรือถ้าได้เยอะมากๆ ก็เอาไปขาย เหลือก็ตากแห้ง ดองเค็ม หรือรมควันก็ยังเก็บไว้กินได้นาน

เจ็ด...การเดินทางท่องเที่ยว มีเวลาไปในที่ที่อยากไปมากขึ้น เราสามารถไปโดยไม่ต้องกังวลเวลาที่จะกลับ เปิดหู เปิดตา เปิดใจ และเปิดทัศนะคติใหม่ ๆ
สัมผัสผู้คนได้สัมผัสกับสิ่งแวดล้อมวิถีชีวิตชาวบ้าน ควรเลือกท่องเที่ยวที่ไกล ๆ และลำบาก ๆ เป็นอันดับต้น การท่องเที่ยวแบบสบายๆเป็นความสุขในแบบชั่วคราวไม่ใช่ของจริง นานไป ความสามารถในการไปที่ไกลและลำบากจะลดน้อยลง จนถึงไปไม่ได้เลย การท่องเที่ยวหลังเกษียณ ให้ความรู้สึกที่ต่างจากลาพักร้อนไปเที่ยว แม้เป็นสถานที่เดียวกัน จะละเมียดกว่า ผ่อนคลายกว่า มีคุณค่ามากกว่า ไม่รีบร้อนและไม่กังวล เพราะถึงกลับมาแล้วไม่ต้องไปทำงาน

แปด...ทำงานจิตอาสา ทำงานบริการสังคมจะได้มีโอกาสในการช่วยเหลือผู้อื่น การช่วยเหลือและการให้กับคนที่ไม่รู้จัก จะทำให้มีความสุขทั้งผู้รับและผู้ให้ ซึ่งคือ ความสุขแบบใหม่ของชีวิต และเป็นการขัดเกลาจิตใจให้มี ความเมตตากรุณา ความเอื้ออาทร งานจิตอาสา จึงเป็น งานที่เพิ่มคุณค่าของความเป็นมนุษย์ ทำให้ชีวิตเรามีความหมายมีคุณค่ามากขึ้น

เก้า...อย่าคิดหวังรวยตอนแก่ ถ้าจะรวยมันควรรวยก่อนแก่ คำเตือนสำหรับคนที่เพิ่งคิดอยากรวย มาหัดเล่นหุ้นเอาตอนเกษียณ ฟังเหตุผลแล้ว มันฟังไม่ขึ้นด้วยประการทั้งปวง ยังมีอะไรทำยังมีอีกเยอะเลย ให้ตามสิ่งที่เป็น Buckget List ทำแบบนี้จะให้คุณค่ากับชีวิตมากกว่า มีคำเตือนเสมอว่า "การลงทุนมีความเสี่ยงผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูล ก่อนตัดสินใจลงทุน " เกษียณแล้วจะไปเสี่ยงทำไม ปรับตัวเองให้เหมาะกับเงินที่มีอยู่ไม่ง่ายกว่าหรือ อยากศึกษาเรื่องหุ้นช้าไปแล้วต๋อย ศึกษาเรื่องธรรมะในวัยนี้ให้ประโยชน์มากกว่า เพราะวัยใกล้เข้าโลงจะไปวันนี้พรุ่งนี้ยังไม่รู้เลย โง่เชื่อเพื่อน อายุปูนนี้คิดเองไม่เป็นเห็นคนอื่นรวยเพราะเล่นหุ้นแล้วเคยเห็นสภาพของคนที่จนเพราะเล่นหุ้นไหม อยากตื่นเต้น เร้าใจไปแล่นเรือดีกว่าให้ความรู้สึกที่อิสระ ไร้ขีดจำกัดกว่าเยอะ

สิบ...อย่าคิดเลี้ยงหลานเป็นงานหลักเพราะสิทธิและหน้าที่เป็นของพ่อแม่เขา ส่วนเราได้ใช้สิทธิและทำหน้าที่ไปแล้ว แล้วก็อย่าคิดเชียวว่าเคยเลี้ยงลูกมาหลายคนเลี้ยงหลานอีกซักคนสองคน จะเป็นไรไป ลองนึกดูว่าตอนเลี้ยงลูกอายุเท่าไหร่ ตอนนี้อายุเท่าไหร่ ตอนนั้นก็แทบแย่ ตอนนี้จะไหวหรือที่สำคัญ ความคิดและแนวทางการเลี้ยงลูกของคนแต่ละรุ่นไม่เหมือนกัน เดี๋ยวเกิดขัดแย้งสร้างปัญหาระหว่างรุ่นขึ้นในครอบครัว กลายเป็นละครน้ำเน่าไปเปล่า ๆ เอาแค่หยิบฉวยมาครองเพื่อชื่นชมบ้างเป็นครั้งคราว เล่นบทปู่ย่าตายายใจดีตามใจหลานดีกว่าเป็นสุขกว่าเยอะ



ข้อมูลบางส่วนคัดลอกมาจากน้า Chai Jroong และปรับปรุงแปลี่ยนแปลงให้เหมาะกับนักแล่นเรือ และเน้นเฉพาะสิ่งสำคัญจริงๆ ถ้าอายุเยอะต้องมานั่งจำกฏเกิน 10 ข้อสมองไม่รับ คนแก่บางคนส่องกระจกยังจำตัวเองไม่ได้เลย กินข้าวแล้วก็บอกยังไม่ได้กิน ...เวรกรรม 



ประเทศเรามันมีอะไร ผิดปรกติหรือเปล่า ดูข่าว

ข่าวความเสียหายภายใต้ 





บางที่ก็บอกภาคใต้เสียหายหมื่นล้าน บางสถาบันก็ประเมินความเสียหาย 2 หมื่น - 3 หมื่นล้าน บางที่ก็บอกเสียหายไป แสนล้านเลยไปนั้นเลย 

ถ้าดูท้องฟ้าตั้งแต่ปากน้ำหลังสวน ท้องฟ้าจะมีเมฆมาก มีเมฆเป็นส่วนใหญ่ 90% เกือบทั่วท้องฟ้า

โดยมีเมฆบนท้องฟ้าดังนี้ เมฆคิวมูลัส (เมฆก้อน) เมฆสเตรตัส (เมฆแผ่น) และเมฆอัลโตสเตรตัส (เมฆแผ่นชั้นกลาง) กระจายเต็มท้องฟ้า

ในชีวิตมีใครเกิดมาเคยเห็นฟ้าโปร่งใสปรกติ แล้วมีฝนตกมั่ง?

ส่วนใหญ่ฝนที่ตกหนักเกิดจากเมฆคิวมูโลนิมบัส

ข้อมูลเพิ่มเติม เรื่องของเมฆ สวรรค์บนชั้นฟ้า : http://tumsikwae.blogspot.com/2014/12/clouds-story.html

เมฆก็คือ กลุ่มของไอน้ำที่ลอยอยู่ในอากาศนั่นเอง แต่ถ้ามันรวมตัวควบแน่นเมื่อไหร่ก็จะกลายเป็น ฝน (เปลี่ยนสถานะมาเป็นของเหลว) 







ที่ผมอยากมาดู ก็อยากมาดูเมฆกับลมนี่แหละ อยากรู้ว่า่ต้องมีเมฆมากขนาดไหน ฝนถึงตกมากขนาดนั้น

คลื่นเบาแล้ว น้าเอี้ยงมาพอดี ได้คนช่วยลากเรือแล้ว  



การแล่นใบนี่ดีอย่าง เลิกเสพติดน้ำมัน

มีคนเคยบอกว่า ให้ระวัง! เป็นโรคเสพติดน้ำมัน ติดแล้วเลิกยาก เหมือนติดยาเสพติด ต้องเสพทุกวัน รู้อีกทีเป็นทาสน้ำมันไปแล้ว 





ตอนนี้เรือไม่ต้องใช้น้ำมัน ไปได้เรื่อยๆ ไกลเท่าที่ใจต้องการ เรือก็วิ่งตลอด เพลินดี เพียงแต่เราต้องรู้ทิศทางลม ก็จะรู้ว่าจะหันไปทางไหนเรือวิ่ง มุมไหนเรือวิ่งเร็วสุด จะเปิดปิดใบเท่าไหร่

แล่นไบไปสัก 2 ชั่วโมง คลื่นก็ไม่เท่าไหร่ ลมก็เบากว่าที่คิด ส่วนเมฆก็เยอะขึ้นเรือยๆ
 



สักพักเริ่มเยอะขึ้นๆ เข้มขึ้นๆ ตอนนี้เมฆกินพระอาทิตย์ไปแล้ว



สมมุติว่า ถ้าคุณขับเรืออยู่กลางอ่าวไทย หรืออันดามันก็ได้ไม่มีเกาะให้หลบเลย ในรัศมี 30-40 กม. เมฆเกาะกลุ่มเต็มพื้นที่ 90% ของท้องฟ้า คลื่น 3-4 เมตร และกำลังมีพายุฝนชุดใหญ่รอจัดหนัก คุณจะขับเรือไปอยู่ตรงตำแหน่งไหนถึงเป็นตำแหน่งที่ดีที่สุด?




ชีวิต คือ การเดินทาง 



ในยุคก่อน มนุษย์ เชื่อว่า โลกแบน และยังไม่มีใครพิสูจน์ได้ จึงทำให้นักเดินเรือไม่กล้าแล่นไบจนสุดขอบฟ้า เพราะกลัวตกขอบโลก ยังไม่นับความเชื่อที่ว่าใต้ท้องทะเลมีอสุรกายแห่งท้องทะเลอาศัยอยู่ และรอเวลาโผล่มาโจมตีกองเรือ

แต่... โคลัมบัส เชื่อว่า โลกกลม และไม่น่าเชื่อที่ ความเชื่อของโคลัมบัส จะมีลูกบ้า ในระดับที่ไร้ขีดจำกัดคำอธิบาย... โคลัมบัส เสนอทฤษฏีใหม่ของการเดินทางไปยังจีนและอินเดีย ด้วยการเดินเรือไปในทิศตะวันตก โดยการข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก (Atlantic ocean)


โคลัมบัส ตั้งชื่อเรือลำที่ใช้เดินทางว่า ซานต้า มาเรีย (Santa maria) ซึ่งเป็นเรือขนาด 117 ฟุต 233 ตัน เรือส่วนใหญ่ขับเคลื่อนด้วย "ลม" ลมเป็นสิ่งสำคัญของนักเดินเรือทำให้เรือแล่นได้


เรือ ซานต้า มาเรีย ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยลมอย่างเดียว แต่ยังขับเคลื่อนด้วยความเชื่อ และความหวัง ซึ่งหากปราศจาก 2 สิ่งนี้แล้วเรือคงหันหัวเรือกลับ คงจะไม่มีการค้นพบและการเดินทางที่ยิ่งใหญ่


หลังการสิ้นชีวิตของเขา พระเจ้าเฟอร์ดินานด์ได้ทรงสร้างรูปอนุสรณ์เพื่อเป็นการรำลึกถึงเขา โดยจารึกคำอุทิศว่า

“โคลัมบัส ผู้คนพบโลกใหม่ให้กับราชวงศ์กัสตีญาและเลออง”
 




หลังจากโคลัมบัสเดินเรือค้นพบแผ่นดินใหม่แล้ว เขากลับมาพร้อมการต้อนรับเยี่ยงวีรบุรุษ

แต่มีขุนนางกลุ่มหนึ่ง ค่อนขอดโคลัมบัสว่า

"แค่เดินเรือออกไป แล้วบังเอิญพบแผ่นดินใหม่ที่มีอยู่แล้วจะยิ่งใหญ่ได้อย่างไร ใครๆ ก็ทำได้" นั่นคือข้อกล่าวหาที่โคลัมบัสเจอมาตลอด

วันนึงในงานเลี้ยงเฉลิมฉลองของโคลัมบัส ขุนนางที่หมั่นไส้โคลัมบัสมานาน ก็กระแหนะกระแหน โคลัมบัสด้วยเหตุผลเดิมๆ

"แค่เดินเรือออกไป แล้วบังเอิญพบแผ่นดินใหม่ใครๆ ก็ทำได้"

โคลัมบัสไม่ตอบโต้อะไร แต่หยิบไข่มา 1 ฟอง "ท่านตั้งไข่ใบนี้ให้ได้ซิ"

ขุนนางรับไข่มาและพยายามตั้งไข่ให้ได้ แต่ทุกครั้งที่ปล่อยมือไข่ก็ล้มลง

"ไม่มีใครตั้งใครได้หรอก" ขุนนางยืนยันและท้าทาย "หรือท่านตั้งได้"

โคลัมบัสรับไข่ใบนั้นมา เคาะเบาๆ ให้ไข่บุบลงเล็กน้อย จากนั้นก็ตั้งไข่ลงบนโต๊ะ ไข่ใบนั้นไม่ล้ม ขุนนางโวยวายทันที

"แบบนี้ใครๆก็ทำได้" โคลัมบัสยิ้มแล้วตอบสั้นๆ ก่อนเดินจากไป

"แล้วทำไมท่านไม่ทำ"


ข้อมูลเพิ่มเติม บุรุษแห่งการเดินทางค้นหาและออกผจญภัย โลกใหม่ คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส : http://tumsikwae.blogspot.com/2015/06/christopher-columbus.html



 
มูลค่าความเสียจากภัยพิบัติจากน้ำของภาคใต้ แต่ละสำนัก หอการค้า ภาคอุตสาหกรรม หรือแต่ละหน่วยงานไม่เท่ากันเลย เลยคิดค่าเฉลี่ยของทุกๆที่น่าจะอยู่ประมาณ 10,000,000,000 - 40,000,000,000 บาท หรือ หนึ่งหมื่นล้านถึงสี่หมื่นล้านบาท เขียนเลยให้เห็นเลขศูนย์จะได้รู้ว่ามันมากน้อยขนาดไหน


และจะต้องใช้เงินในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมภาคใต้ คาดว่าจะต้องใช้ประมาณ 100,000,000,000 บาท หรือประมาณ หนึ่งแสนล้านบาททั้งระบบ
ข้อมูลจาก Thaipbs : http://news.thaipbs.or.th/content/259802

วิธีแก้ปัญหาคือ
-สร้างคันกั้นน้ำ
-สร้างทางผันน้ำ
-ปรับปรุงสภาพลำน้ำ
-ทำแก้มลิง
-ทำช่องทางระบายน้ำ
-แก้ปัญหาผังเมือง
-เพิ่มช่องทางระบายน้ำหลาก
-ปรับปรุงระบบท่อระบายน้ำ
ฯลฯ

ภาวะโลกร้อน น้ำแข็งขั้วโลกละลาย จะทำให้ฝนตกหนักขึ้นๆ ปีนี้ภาคกลาง ภาคอีสาน โชคดีเพราะหนาวลากยาวเลยไม่โดนท่วมใหญ่ เลยไปท่วมใหญ่ภาคใต้แทน เกิดเป็นภาวะน้ำท่วมซ้ำซาก จนทำลายสถิติมากมายเช่น

-น้ำท่วมใหญ่ในรอบ 10 ปี
-น้ำท่วมใหญ่ในรอบ 20 ปี
-น้ำท่วมใหญ่ในรอบ 30 ปี
-น้ำท่วมใหญ่ในรอบ 40 ปี
-น้ำท่วมใหญ่ในรอบ 50 ปี
...
...
และในอนาคต ... น้ำท่วมใหญ่ในรอบ 100 ปี


ในปี 2554 น้ำท่วมใหญ่ภาคกลาง รุนแรงมากที่สุดในรอบ 50 ปี ตอนนั้นธนาคารโลกได้ประเมินความเสียหายไว้ถึง 1,356,810,000,000,000 บาท (หนึ่งพันสามร้อยห้าสิบหกพันล้านล้านบาท) ข้อมูลจาก http://thaipublica.org/2011/12/world-bank-flood-damage/

 



ที่มาดูคือ มาดูเมฆ มาดูลม มาดูคลื่น มาดูฝน และผลของมัน

ถ้าไม่เข้าถ้ำเสือ ก็ไม่ได้ลูกเสือ เมื่อลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดมา ภาคใต้ฝนจะต้องตกหนักทุกปี เพราะมันเป็นจุดสิ้นสุดของวัฐจักรน้ำ

ผมโชคดีมาก ที่ได้เห็นฝนตกในทะเลแรงในทะเลในแบบที่น้ำท่วมภาคใต้ และเห็นผลของมัน 





ถ้าผมใช้เรือเครื่องยนต์คงไม่เห็นชัดเจนเท่านี้ เวลาเราขับเรือมอเตอร์เราจะไม่สังเกตุเห็นทิศทางลมได้ชัดเจนเพราะ ทิศทางลมจะพัดผสมกับลมจากเรือวิ่ง ทำให้เราไม่รู้ว่าเมฆฝนมันพัดไปทางไหนได้ชัดเจน

แต่พอใช้เรือใบ มันมีความจำเป็นอย่างมากที่ต้องรู้ทิศทางลมที่ชัดเจน เพราะเรือใบมันวิ่งได้ด้วยลม และเรือใบจะวิ่งได้ไม่เกินความเร็วลมที่พัด

พอเรารู้ทิศทางลม เราจะรู้ทิศทางของเมฆฝน ซึ่งมันตรงกับทิศทางพัดของลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ... ไช่ ...ไม่ผิดตัวแน่นอน
 


แล้วผมก็ได้เทคนิคการขับเรือ ในลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือคลื่มลมรุนแรง และมีฝนจัดหนัก (อาจเอาไปใช้กับลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ก็ได เพราะเวลาพัดจะพัดมาทิศเดียวคล้ายๆกัน แค่กลับด้าน)

แปลก ... แต่จริง ... ฝนที่ตกในทะเลในทางที่ลมพัดผ่านจะทำให้คลื่นทะเลเบาลง และลมก็น้อยลงกว่าปกติมาก จนรู้สึกว่าเรือใบมันวิ่งช้ากว่าเดิมเยอะเพราะไม่ค่อยมีลม (ถ้าใช้เรือที่มีเครื่องยนต์ จะสังเกตุไม่ออก) แต่ถ้าไปขับเรือเหนือลมก่อนเมฆฝน ก็คงไม่เจอฝน แต่จะเจอลมมรสุมจัดทั้งลมทั้งคลื่นมาชุดใหญ่ทีเดียว

มันเหมือนมีม่านน้ำตกมาบังลมที่พัดมา เพื่อนๆอาจนำเทคนิคนี้ไปใช้เวลามีลมแรง คลื่นใหญ่และมีพายุฝนได้ แต่ต้องอย่าขับเข้าไปไกลในเขตรัศมีที่มีฝนตกมากนะครับ ในนั้นมีลมกระโชก ต้องมีระยะห่างเหมาะสม

ฝนตกในทะเลก็มีประโยชน์นะครับ อาจจะนำไปใช้แก้ปัญหาคลื่นลมรุนแรง กัดเซาะชายฝั่งแถวนครศรีฯ ได้  



ที่ผมบอกภาคใต้มันเป็นจุดสิ้นสุดของวัฐจักรน้ำ



น้ำในแหล่งน้ำต่างๆ ระเหยกลายเป็นไอ ->
ไอน้ำลอยขึ้นไปในอากาศควบแน่น กลายละอองน้ำขนาดจิ๋ว คือ เมฆ ->
พอเมฆรวมตัวกันมาก เกิดการสะสมละอองน้ำ เกิดเมฆแบบต่างๆ ->
เมื่อมีภาวะเหมาะสมหรือมีกระแสอากาศไหลขึ้นในเมฆ ละอองน้ำในเมฆจะกลายเป็น เกล็ดน้ำแข็ง กับสภาวะไม่เสถียรในก้อนเมฆ ->
เกล็ดน้ำแข็งจะชนกันและรวมตัวกันจนก้อนใหญ่ จนกระทั้งมีน้ำหนักจนอากาศอุ้มให้ลอยไม่ไหว ->
เกล็ดน้ำแข็งจะหล่นลงมา เกิดการหลอมเหลว เปลี่ยนเป็นฝน

นี่เป็นขั้นตอนที่ฝนตกที่ภาคใต้



ความสัมพันธ์ น้ำ- ลม/อากาศ -เมฆ- ฝน 


การกลายเป็นไอ (Vaporization) หมายถึง การที่ของเหลวเปลี่ยนสถานะกลายเป็นไอ
การกลายเป็นไอของน้ำ ไอน้ำ เป็นน้ำในสถานะก๊าซ ไอน้ำเป็นก๊าซไม่มีสี ไม่มีกลิ่น และมองไม่เห็น

เมื่อมหาสมุทรหรือน้ำบนโลกได้รับพลังงานความร้อนจากดวงอาทิตย์ โมเลกุลของน้ำที่ผิวด้านบนจะดูดซับความร้อน (ความร้อนแฝง) นั้นไว้และเกิดการสั่นสะเทือนขึ้น บางโมเลกุลจะสั่นสะเทือนด้วยความถี่มากพอที่จะทำให้สามารถชนะแรงยึดเหนี่ยวทางเคมีระหว่างน้ำด้วยกันได้และหลุดออกมาเป็นไอน้ำระเหยลอยขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ

ลมเกิดจาก
จากอากาศในบริเวณอากาศที่ร้อน หรือ บริเวณความกดอากาศต่ำ (L - Low pressure) จะลอยตัวสูงขึ้น ในขณะที่อากาศบริเวณใกล้เคียงที่อุณหภูมิต่ำกว่า หรือ ความกดอากาศสูง (H - High Pressure) จะเคลื่อนที่เข้ามาแทนที่ อากาศในลมก็มีไอน้ำเป็นส่วนประกอบด้วย

เมฆ คือ ละอองน้ำเล็กๆ หรือเกล็ดน้ำแข็ง เกิดจาก การควบแน่นของไอน้ำในอากาศเมื่อลอยขึ้นที่สุง ซึ่งเกิดจากเมื่อไอน้ำเจอกับอากาศเย็นในที่สูงจะมีการคายความร้อนแฝงในตัวเกิดการจับตัวเป็นหยดน้ำเล็กๆ ละอองน้ำในก้อนเมฆ (Cloud droplet) ที่เกิดขึ้นมีขนาดเล็กมากเพียง 0.02 มิลลิเมตร ละอองน้ำขนาดเล็กจะตกลงอย่างช้าๆ ด้วยแรงต้านของอากาศ และระเหยกลับเป็นไอน้ำ (ก๊าซ) เมื่ออยู่ใต้ระดับควบแน่นลงมา ไม่ทันตกถึงพื้นโลก การควบแน่นของไอน้ำยังจำเป็นจะต้องมี“พื้นผิว” ให้หยดน้ำ (Droplet) เกาะตัว ยกตัวอย่างเช่น เมื่ออุณหภูมิของอากาศบนพื้นผิวลดต่ำกว่าจุดน้ำค้าง ไอน้ำในอากาศจะควบแน่นเป็นหยดน้ำเล็กๆ เกาะบนใบไม้ใบหญ้าเหนือพื้นดิน บนอากาศก็เช่นกัน ไอน้ำต้องการอนุภาคเล็กๆ ที่แขวนลอยอยู่ในอากาศเป็น “แกนควบแน่น” (Condensation nuclei) แกนควบแน่นเป็นวัสดุที่มีคุณสมบัติในการดูดซับน้ำ (Hygroscopic) ดังเช่น ฝุ่น ควัน เกสรดอกไม้ หรืออนุภาคเกลือ ซึ่งมีขนาดประมาณ 0.0002 มิลลิเมตร หากปราศจากแกนควบแน่นแล้ว ไอน้ำบริสุทธิ์ไม่สามารถควบแน่นเป็นของเหลวได้ ถึงแม้จะมีความชื้นสัมพัทธ์มากกว่า 100% ก็ตาม


อากาศชื้นจะมีไอน้ำมาก จะมีความกดอากาศต่ำ อากาศแห้งจะมีความกดอากาศสูง ฉะนั้นบริเวณกลุ่มเมฆฝนจะมีความกดอากาศต่ำ
ก่อนฝนตกในกลุ่มเมฆจะมีการคายพลังงานความร้อนจากการที่ละอองน้ำเปลี่ยนเป็นเกล็ดน้ำแข็งก่อน จึงทำให้อากาศร้อนอบอ้าว
ตอนฝนตกเกล็ดน้ำแข็งจะหลอมเหลวเป็นน้ำ จะมีการดูดความร้อนอากาศจึงเย็นสบาย

การเกิดฝนโดยธรรมชาติ จะเกิดจากที่มีกลุ่มอากาศยกตัวอย่างรุนแรง หยดน้ำเหล่านี้สามารถรวมตัวกันและชนกันภายในก้อนเมฆ และรวมตัวจนมีขนาดใหญ่ประมาณ 0.05 มิลลิเมตร ถ้าหยดน้ำรวมตัวกันมีขนาด 2 มิลลิเมตร มันจะมีน้ำหนักมากกว่าแรงพยุงของอากาศ และตกลงมาด้วยแรงโน้มถ่วงของโลกสู่พื้นดินกลายเป็นฝน

ลักษณะก่อนฝนตก อากาศที่มีความชื้นสูง และไม่มีเสถียรภาพ (instability) หรือ อากาศไม่มีเสถียรภาพแบบมีเงื่อนไข (Conditional Instability) และมีแรงยกทำให้อากาศลอยตัวขึ้น เช่น แรงที่เกิดจากการพาความร้อนแนวดิ่ง แนวปะทะอากาศชนิดใดชนิดหนึ่ง แนวเทือกเขา แนวลมพัดสอบเข้าหากัน
 


ทำไมผมต้องพูดเรื่องฝนตกให้มาก และขั้นตอนของการเกิดฝนตกให้ละเอียด  เพราะมันเป็นวิธีแก้ปัญหาน้ำท่วมภาคใต้ ที่ต้นต่อสาเหตุของปัญหา

เพราะ ฝน คือ ต้นเหตุสำคัญที่ทำให้น้ำท่วมภาคใต้ไง ถ้าฝนไม่ตกน้ำก็ไม่ท่วม หรือถ้าตกแล้วตกไม่หนักตกแบบธรรมดาน้ำก็ไม่ท่วมอีก 





มาดูการเกิดฝนตกในเมฆคิวมูโลนิมบัสกัน  



ตอนนี้ประเทศเราเสียหายไป 1-4 หมื่นล้านจากน้ำท่วม และต้องใช้เงินอีก 1 แสนล้านในการแก้ปัญหา

ผมก็รอฟังๆ ว่าจะมีใครหรือด๊อกเตอร์ท่านไหน พูดหรือคิดแก้ปัญหาน้ำท่วมโดยใช้เทคโนโลยี่เข้าช่วยหรือเปล่า ... ไม่มีเลย

ผมก็เลยค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่อง "การดัดแปลงปรับแก้สภาพภูมิอากาศ" 





ในปี ค.ศ. 1946 มีนักวิทยาศาสตว์ ชาวอเมริกา Vincent Schaefer วินเซนต์ เชฟเฟอร์ และเออร์วิง ลองมัวร์ ทำงานที่ห้องปฏิบัติการวิจัยของบริษัทเจเนรัล อิเล็กทริก เมืองสกิเนกทาดี รัฐนิวยอร์ก โดยการเติมซิลเวอร์ไอโอไดด์ (silver iodide) และทำให้อนุภาคของไอน้ำจับตัวกันกลายเป็นน้ำแข็ง และลงสู่พื้นดิน


จริงๆ แล้วในชีวิตประจำวันทุกคนก็ใช้ เครื่องปรับแก้สภาพอากาศกันทุกคน

เครื่องปรับแก้สภาพอากาศที่เห็นอยู่ในบ้าน ได้แก่ แอร์ , ตู้เย็น

เครื่องปรับแก้สภาพอากาศที่อยู่ในรถ ได้แก่ แอร์ร้อน แอร์เย็นในรถ 





หลักการการดูดและคายความร้อน มันใช้หลักการเหมือนการเปลี่ยนสถานะของน้ำ จากของเหลว เป็นไอ จนกระทั่งกลับมาเป็นน้ำเหมือนเดิม เหมือนขั้นตอนของการเกิดฝนตก



 ประเทศจีน : ใช้การดัดแปลงปรับแก้สภาพอากาศ ตอน กีฬาโอลิมปิก ปี 2008 เพื่อห้ามไม่ให้มีฝนตกในวันเปิดงาน และยังได้มีการดัดแปลงปรับแก้สภาพภูมิอากาศในเขตทิเบตเพื่อลดความแห้งแล้ง

ประเทศอินเดีย : ปี 1993-94 ได้มีการดัดแปลงปรับแก้สภาพอากาศ รัฐทมิฬนาฑู เนื่องจากภัยแล้งที่รุนแรง

ประเทศอินโดนีเซีย : ปี 2013 ใด้มีการใช้เทคโนโลยี่ดัดแปลงปรับแก้สภาพอากาศ ที่ กรุงจาการ์ตา เพื่อลดความเสี่ยงน้ำท่วม ตามการคาดหมายจากภาวะน้ำท่วมหนัก

ประเทศคูเวต : ได้ใช้เทคโนโลยี่ดัดแปลงปรับแก้สภาพอากาศ เพื่อโต้ตอบภัยแล้ง

ประเทศรัสเซีย : ได้ใช้เทคโนโลยี่ดัดแปลงปรับแก้สภาพอากาศ เพื่อกันการแพร่กระจายสารกัมตภาพรังสี ที่เกิดจากโรงงานนิวเคลีย์ระเบิด

ประเทศสหรัฐอเมริกา : ได้ใช้เทคโนโลยี่ดัดแปลงปรับแก้สภาพอากาศ ในการที่จะเปลี่ยนพายุเฮอริเคน ให้กลายเป็นพายุดีเปรสชั่น (ยังไม่ได้ผลชัดเจน หรือข้อสรุปว่าทำได้ เนื่องจากพายุเฮอร์ริเคน มีกำลังมากเกินไป)



ในปี 1950 หรือประมาณ 67 ปีที่ผ่านมา

ได้มีความพยายามที่จะ ดัดแปลงปรับแก้สภาพอากาศ โดยใช้วิธีโปรยเกลือทะเลในอากาศ เพื่อจับความชื้นและน้ำแข็งแห้งเพื่อจัดเมฆให้เป็นรูปแบบที่ต้องการ

โครงการใช้เวลา 10 ปี ในการทดลองและปรับแต่งแก้ไข จนโครงการสามารถใช้งานได้จริง

และได้ยื่นจดสิทธิบัตรภายใต้ชื่อ Weather Modification By Royal Rainmaking Technology ต่อสำนักงานสิทธิบัตรยุโรป เมื่อวันที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2546

และได้ถูกรับรองในเวลาต่อมา : http://pintzandpartners.com/files/Thaiking-EP.pdf
 



ประเทศเราโชคดีมาก เราไม่ต้องไปซื้อสิทธิบัตร หรือเทคโนโลยี่ในราคาแพงจากต่างประเทศ

เพราะเทคโนโลยี่ การดัดแปลงแก้ไขภูมิอากาศ เราคิดไว้ 67 ปี และจดสิทธิบัตรไว้แล้ว สามารถนำมาใช้ได้เลย 




วิธีการคือ เราสามารถทำให้ฝนตกหนัก และตกนานได้ด้วยเทคโนโลยี่ตัวนี้ โดยทำให้ฝนใปตกในทะเลกลางอ่าวไทย ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์สามารถคำนวนสภาพอากาศล่วงหน้าได้แม่นยำ 7 วัน

ถ้าเรารู้ว่าฝนจะตกหนักมาก ต่อให้ฝน 100 ปี หรือ ฝน 1000 ปี ก็ตาม ให้ทำการดึงไอน้ำในอากาศไปทิ้งในอ่าวไทยให้มากที่สุดด้วยวิธีการนี้ โดยทำให้ฝนตกหนักกลางทะเล ด้วยวิธีนี้ทำให้เราเลือกที่จะ ดัดแปลงแก้ไขสภาพภูมิอากาศ จะให้ฝนตกมาก ฝนตกน้อยที่ภาคใต้ได้ 






วันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2548

“สิทธิบัตรนี้….เราคิดเอง…..คนไทยทำเอง…..เป็นของคนไทย…..มิใช่เพื่อพระเจ้าอยู่หัว…..ทำฝนนี้ทำสำหรับชาวบ้าน…..สำหรับประชาชน…..ไม่ใช่ทำสำหรับพระเจ้าอยู่หัว"
 


ขั้นตอนการทำ

 







  
 เตรียมนางแมว เรียกฝนได้เลย ตกชัวร์ และกบก็ร้องว่า "ฝนตก ฝนตก ฝนตก"


Weather Modification Technology เทคโนโลยี่การดัดแปลงแก้ไขสภาพอากาศ 



ได้มีการจากการปฏิบัติการค้นคว้าทดลองและปฏิบัติการ สัมฤทธิ์ผลตามขั้นตอนกรรมวิธีและเทคนิคการทำฝนด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์มาตามลำดับ ตั้งแต่เริ่มต้นปฏิบัติการค้นคว้าทดลองในท้องฟ้าเป็นครั้งแรก พ.ศ. 2512 จนถึงการปฏิบัติการสาธิตแก่นักวิทยาศาสตร์สิงคโปร์ ในปี พ.ศ. 2515
และ คิดค้นสรุปได้เป็น

เทคโนโลยีการดัดแปลงแก้ไขสภาพอากาศในแบบที่ง่ายต่อความเข้าใจ (Basic Technology) และบัญญัติคำให้ง่ายต่อความเข้าใจและการสื่อสารเป็น 3 ขั้นตอน คือ

  1. ก่อกวน  
  2. เลี้ยงอ้วน 
  3. โจมตี

โดยเฉพาะเทคนิคการโจมตีให้ฝนตกลงสู่พื้นที่เป้าหมายหวังผลอย่างแม่นยำ และเพิ่มปริมาณฝนตกให้สูงขึ้น โดยใช้วิธีเทคนิคการโจมตีแบบแซนด์วิช (Sandwich) และ ซุปเปอร์แซนวิช (Super Sandwich) และเป็นเทคโนโลยีการดัดแปลงแก้ไข้สภาพภูมิอากาศตั้งแต่ พ.ศ. 2516 เป็นต้นมา


การประดิษฐ์คิดค้นเทคโนโลยีดัดแปลงแก้ไขสภาพอากาศ (Weather Modification) บรรลุผลในชั้นตอนการวิจัยตามพระราชประสงค์แล้วในปี พ.ศ. 2516 ทรงมีพระราชกระแสว่าการพัฒนาไม่มีที่สิ้นสุดต้องพัฒนาให้ก้าวหน้าสืบไป ฉะนั้น ต่อจาก พ.ศ. 2516 นอกจะทรงเอาพระทัยใส่ติดตามผลการปฏิบัติการอย่างใกล้ชิดแล้วยังพระราชทานข้อแนะนำทางเทคนิคในการประยุกต์เทคโนโลยีการดัดแปลงแก้ไขสภาพอากาศให้สัมฤทธิ์ผลยิ่งขึ้น ให้เหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศ ระบบนิเวศน์ ภูมิอากาศ และฤดูกาลที่แตกต่างกันในแต่ละท้องถิ่นพื้นที่เป้าหมายปฏิบัติการ เช่น

  • เทคนิคการงัดเมฆให้พ้นจากยอดเขาและชักนำให้ฝนตกลงสู่พื้นที่ราบใต้ลม 
  • เทคนิคการใช้น้ำแข็งแห้งลดฐานเมฆให้ต่ำลงและชักนำให้ฝนตกลงสู่พื้นที่เป้าหมายหลังผลอย่างแม่นยำด้วยปริมาณฝนตกสูงขึ้น 
  • เทคนิคในการชะลอให้กลุ่มเมฆเคลื่อนตัวพ้นพื้นที่เป้าหมายหวังผลช้าลงเพื่อให้ปริมาณฝนตกเพิ่มสูงขึ้น 
  • เทคนิคการขยายอาณาเขตฝนตกสวนทิศทางลม เทคนิคการจูงหรือย้ายเมฆฝนให้พ้นพื้นที่ที่ไม่ต้องการฝนไปยังพื้นที่ต้องการฝน 
  • เทคนิคการใช้สารฝนหลวงสูตรสลับ 
  • เทคนิคชักจูงเมฆภูเขาที่แผ่เป็นพืดปกคลุมหุบเขาของอ่างเก็บน้ำให้เกิดฝนลงสูอ่างเก็บน้ำ 
  • เทคนิคการแหวกเมฆนำร่องด้วยเครื่องบินปีกตรึงและตามด้วยเครื่องบินปีกหมุน 
  • เทคนิคการทำลายลูกเห็บโดยเทคโนโลยีดัดแปลงแก้ไขสภาพอากาศ 
  • เทคนิคการทำลายเมฆหมอกด้วยเทคโนโลยีดัดแปลงแก้ไขสภาพอากาศ 
  • เทคนิคการดับไฟป่า 
  • เทคนิคการทำลายหมอกอันเนื่องมาจากไฟป่า 
  • เทคนิคการยับยั้งความรุนแรงหรือป้องกันไม่ให้เกิดพายุลูกเห็บ

จากพื้นฐานเทคโนโลยี่การดัดแปลงแก้ไขสภาพภูมิอากาศ ที่พัฒนามาทั้งหมด สามารถมาพัฒนาต่อยอดได้ 




แนวโน้มสภาพแวดล้อมภูมิอากาศโลกไม่มีทางกลับไปเป็นเหมือนเดิม มีแต่จะแย่ลงๆ หรือ หนักขึ้นเรื่อยๆ และจะเป็นแบบนี้กับทุกๆ ประเทศในโลก
ประเทศที่สามารถควบคุมสภาพอากาศได้อย่างสมบูรณ์ อย่างน้อยที่เห็นประโยชน์ชัดเจนคือ ลดความเสียหายขั้นต่ำในระดับหมื่นล้าน จนมากถึงระดับแสนล้าน

และหากประเทศไทยแสดงการแก้ไขดัดแปลงสภาพอากาศ เป็นที่สำเร็จให้โลกเห็น สิ่งที่เปลี่ยนแปลงคือ ประเทศเราจะเป็นประเทศผู้นำในการดัดแปลงแก้ไขสภาพภูมิอากาศโลกทันที และยังสามารถช่วยเหลือเพื่อนร่วมโลกจากภัยพิบัติทางธรรมชาติจากสภาพภูมิอากาศแบบสุดขั้วได้
 



การดัดแปลงแก้ไขสภาพอากาศที่ภาคใต้ จะมีผลดีคือ

  • ลดปริมาณน้ำฝนที่ตกบนแผ่นดิน สามารถคุมปริมาณน้ำฝน จะให้ฝนตกมาก ตกน้อย หรือตกแบบปรกติได้ 
  • สลายพลังกระแสลมตะวันออกเฉียงเหนือ ด้วยธรรมชาติ ทำให้คลื่นลมลดลง 
  • ลดการกัดเซาะชายฝั่งในเขตที่มีการกัดเซาะรุนแรง เช่น จังหวัดนครศรีธรรมราช 
  • ไม่ต้องเสียเงินจำนวนมาก ในการสร้างสิ่งก่อสร้างจำนวนมากในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม เพราะสิ่งก่อสร้างทั้งหมดไม่สามารถแก้ไข ปัญหาฝน 1000 ปีได้ ท่วมอยู่ดี 
  • สิทธิบัตร Weather Modification Technology จะเป็นสิ่งที่ขายได้ มีราคาแพง เพราะลดความเสียหายได้ ขั้นต่ำระดับหมื่นล้าน 
  • ทำให้กองทัพกลับมาเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาเทคโนโลยี่ ได้เอาเรือรบ เครื่องบินรบ มาใช้ประโยชน์จริงในการพัฒนาเศรษฐกิจ ลดความสูญเสียจากภัยพิบัติ เครื่องบิน F16 สามารถบินไปกลางอ่าวไทยใช้เวลาไม่เกิน 5 นาที ส่วนเรือรบสามารถติดจรวดหัวรบซิลเวอร์ไอโอไดด์ สามารถใช้ยิงเข้าไปในกลุ่มเมฆจากเรือรบได้ 
  • กรมอุตุนิยมวิทยา ต้องจัดทำรายงานอากาศวันละ 2 ครั้ง เพราะถ้าจัดทำวันละ 1 ครั้งข้อมูลจะไม่ถูกต้องตรงกับข้อเท็จจริง เพราะหลังจากกรมอุตุนิยมวิทยา ประเมินว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมาก นักดัดแปลงแก้ไขสภาพอากาศจะเริ่มทำงาน

คำพยากรณ์เช้า

" ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ฝนที่ตกสะสม น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก คลื่นซัดแรงบริเวณชายฝั่ง และในพื้นที่เสี่ยงภัยขอให้เฝ้าระวังดินโคลนถล่ม และติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด

สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนล่างยังคงมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 3-4 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยตามชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่ซัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งในระยะไว้ด้วย"

คำพยากรณ์บ่าย

"ได้มีการแก้ไขสภาพอากาศจาก นักดัดแปลงแก้ไขสภาพอากาศ ประกาศ จะมีฝนตกหนักในอ่าวไทย โดยมีคลื่นลม 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือระวังลมกรรโชกในบริเวณที่มีฝนตก ชายฝั่งมีคลื่นเล็กน้อย เรือเล็กสามารถออกจากฝั่งปลอดภัยได้ไม่เกิน 20 ไมล์ทะเล ชายฝั่งนครศรีธรรมราช มีลมแรงมีคลื่นเล็กน้อย"

-การบินเกษตร จะเปลี่ยนชื่อเป็น "ศูนย์เฝ้าระวังและแก้ไขภัยพิบัติแห่งชาติ"



 

สักพักก็ได้ยินเสียง
 

"น้าตุ้มๆ ตื่นได้แล้ว" น้าเอี้ยงเรียกให้ตื่น "เดี๋ยวกลับบ้านมึด ต้องเดินทางอีกไกล"

ผมนี่ฝันเป็นตุเป็นตะ เป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โต แอบหลับริมทะเลไปงีบเดียวเอง

จบแล้วครับ ทริปหลังสวนของผม

 


ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น