ความสุข จะมีความหมายแท้จริง เมื่อได้แบ่งปัน ... The simple life-ชีวิตที่เรียบง่าย Adventurous-รักการผจญภัย Brave heart-ใจกล้าหาญ Creative-มีความคิดสร้างสรรค์ ...

วันศุกร์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2559

คำนวนการใช้เชื้อเพลิงในการเดินทาง รถลากและเรือ

คำนวนการใช้เชื้อเพลิงในการเดินทาง รถลากและเรือ
Marine and Car Trailer Fuel Calculator

https://docs.google.com/spreadsheets/d/1wb6dL5sQFirT5ei-cHM27yrK3kDvfKtlqtQrtPmzALU/edit?usp=sharing
ค ลิ ก เ บ า ๆ  Online mode

เครื่องช่วยคำนวนวางแผนการใช้น้ำมัน และอัตราการกินน้ำมันรถลาก และเรือ คลิกที่รูปเพื่อกรอกข้อมูลคำนวน (online mode)






ตัวอย่างการคำนวนอัตราการใช้น้ำมันเรือ

ต้องทราบขนาดเครื่องยนต์ก่อนว่าเป็น 2 จังหวะ หรือ 4 จังหวะ กี่แรงม้า เทียบในตาราง ถ้ารุ่นไหนไม่มีก็ใช้รุ่นใกล้เคียง

สมมุติว่า เรือขนาด 25 ฟุต เครื่องยนต์ 200 แรงม้า 2 จังหวะ อัตราการกินน้ำมัน 81 ลิตร/ชั่วโมง เดินทางไปหมู่เกาะสิมิลัน ระยะทาง 65 กิโลเมตร

แปลง ลิตร/ชั่วโมง ให้เป็น ลิตร/นาทีก่อน


พอได้ ลิตร/นาที ก็เอามากรอกใหม่ แปลงให้เป็น กม/ลิตร



แล้วนำมากรอกใส่ตารางช่องซ้าย


สรุป
        ใช้เวลาเดินทาง 97.5 นาที หรือ 1 ชั่วโมง 37.5 นาที
        ใช้น้ำมันไป 131.63 ลิตร ถ้าไปกลับก็คูณ 2 = 263.26 ลิตร (ยังไม่รวมวิ่งเที่ยว) อย่างน้อยสุดต้องเตรียมน้ำมันไป 300 ลิตร
        จำนวนเงินที่ใช้เติมน้ำมันเรือ 3323.53 บาท ไปกลับก็คูณ 2 = 6,647.06 บาท
        อัตรากินน้ำมัน ต่อระยะทาง 51.13 บาท/กิโลเมตร
        อัตรากินน้ำมัน ต่อลิตร 1.35 ลิตร/นาที
     
ข้อมูลข้างต้นเป็นข้อมูลเฉลี่ย ในกรณีต้องการอัตราการกินน้ำมันที่ชัดเจนใกล้เคียงจริงมากที่สุด ต้องวัดจากเรือลำนั้นๆจริงเนื่องจากขนาดน้ำหนักเรือและท้องเรือแต่ละลำไม่เหมือนกัน จากความเร็วที่ใช้แบบปรกติ เช่น วิ่งไป 10 กม กินน้ำมันไปกี่ลิตร ที่ความเร็วเท่าใด แล้วนำมากรอกใส่ในตารางก็จะได้อัตราการกินน้ำมันที่ใกล้เคียงมากที่สุด

วันอาทิตย์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2559

การแล่นใบด้วยลม (Sailing with the Wind)

การแล่นใบด้วยลม (Sailing with the Wind)

การแล่นใบด้วยลม สิ่งที่ต้องรู้ก่อนคือ ลมมาทางทิศไหน พอรู้ทิศทางลมแล้ว ถ้าเรามีเครื่องวัดความเร็วลม เราจะประมาณความเร็วของเรือที่จะสามารถวิ่งได้ว่า จะวิ่งได้ความเร็วประมาณเท่าใด

ก่อนอื่นต้องเข้าใจเรื่อง Port กับ Starboard ก่อน :  กฏการหลีกเลี่ยงเรือชนกัน


เข้าใจคำศัพท์ในการแล่นใบ

Starboard Tack : เรือกำลังแล่นอยู่ โดยลมเข้ามาทางกราบขวา

Port Tack : เรือแล่นโดยมีลมพัดเข้ามาทางด้านกราบซ้าย


Close Hauled  : การแล่นใบทวนลม โดยใบทำมุมใกล้กับทิศทางที่ลมพัดมามากที่สุด , ลมที่พัดค่อนไปทางหัวเรือ

Close Reach : การแล่นใบทวนลม

Beam Reach : การแล่นใบที่ตั้งฉากกับลม , ลมพัดเข้ากราบเรือ

Broad Reach : การแล่นใบ ด้วยลมที่พัดเข้ามากระทำกับเรือบริเวณกลางลำเรือ

Running :  การแล่นใบด้วยลมที่พัดกระทำทางด้านท้ายเรือ พร้อมกับการปล่อยใบออกรับลม


จะสังเกตุว่าในมุมสวนลมตรง จะเป็นมุมที่เรือใบจะไม่สามารถเดินเรือได้ เพราะเป็นมุมที่ไม่สามารถแปลงแรงลมให้เดินหน้าได้



การเปิดใบสำหรับการแล่นเรือในทิศต่างๆ ตามลม



 การแล่นใบและเปิดในตำแหน่งต่างๆ

ตำแหน่ง Close Hauled จะเปิดใบทำมุมใกล้เคียงกับทิศที่ลมพัดมากที่สุด

ตำแหน่ง Close Reaching จะเปิดใบประมาณ 1 ใน 4

ตำแหน่ง Beam Reaching จะเปิดใบประมาณครึ่งนึง

ตำแหน่ง Broad Reaching จะเปิดใบประมาณ 3 ใน 4

และตำแหน่ง Running จะเปิดใบเต็ม 100%



การแล่นใบมีด้วยกัน 3 วิธี คือ

1. แล่นใบทวนลมหรือแล่นก้าว (beating) มี หลักการสำคัญ คือ ตัวเรือต้องทำมุม 45 องศากับลม ดึงใบเข้ามาถึงมุมกราบท้ายเรือด้านใต้ลม นั่งให้ชิดไปด้านหน้าหรือตรงกลางลำเรือ เอาแด็กเกอร์บอร์ดลงให้หมด ตาดูใบ ถ้าใบสะบัดให้ดึงหางเสือเข้าหาตัวเล็กน้อย จนกระทั่งใบหายสะบัด

2. แล่นใบขวางลม (reaching) มีหลักการสำคัญ คือ ตัวเรือทำมุม 90 องศากับลม ปล่อยใบออกไปทำมุมประมาณ 45 องศากับตัวเรือ เอาแด็กเกอร์บอร์ดขึ้นประมาณครึ่งหนึ่ง ตั้งหัวเรือไปทางจุดหมาย แล้วปล่อยใบออก เมื่อใบสะบัดให้ดึงใบเข้าจนใบหายสะบัด

3. แล่นใบตามลม (running) มีหลักการสำคัญ คือ ปล่อยใบออกไปจนทำมุม 90 องศากับตัวเรือ เอาแด็กเกอร์บอร์ดขึ้นเกือบหมด เอียงเรือมาด้านตัวเองเล็กน้อย นั่งไปทางด้านหน้าเรือ การแล่นใบแบบนี้ทำ ความเร็วได้น้อยที่สุด การเลือกว่าจะใช้วิธีแล่นใบแบบไหนนั้นขึ้นอยู่กับทิศทางของลม ดังนั้นเพื่อจะไปให้ถึงจุดหมาย นักแล่นใบจึงต้องดูทิศทางลมและเลือกใช้วิธีแล่นใบให้ถูก รวมถึงต้องทำการกลับใบเรือเพื่อรับลมด้วย


ในการกลับใบมี 2 ลักษณะ คือ

1. กลับใบทวนลม (tacking) ทำเมื่อจะเปลี่ยนการวิ่งอีกด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่ง โดยดันหางเสือออกจากตัวช้าๆ จนหัวเรือเข้าหาลม ใบเริ่มสะบัด ให้ดึงเชือกเข้าหาตัวและก้มหลบเพลา (boom) เมื่อเพลา (boom) ผ่านหัวไปแล้วให้ย้ายตัวไปนั่งอีกข้าง พร้อมกับเปลี่ยนมือที่ถือหางเสือกับเชือกดึงใบ

2. กลับใบตามลม (gybing) ทำโดยดึงหางเสือเข้าหาตัวช้าๆ จนเรือเริ่มหมุน ให้ดึงใบเข้ามาเล็กน้อย เมื่อเพลา (boom) ผ่านหัวแล้ว ให้ย้ายตัวไปนั่งอีกข้าง พร้อมกับเปลี่ยนมือที่ถือหางเสือกับเชือกดึงใบ



ตำแหน่งการความเร็วในการแล่นใบ ในมุมต่างๆ เรือใบจะได้ความเร็วไม่เท่ากัน



Apparent Wind Speed = ความเร็วลมที่สัมผัส (คือความเร็วลมพัดจริง + ความเร็วลมพัดที่เกิดจากเรือวิ่ง)
True Wind = ทิศทางที่ลมพัดจริง
Alpha = ตำแหน่งมุม
Boat speed = ความเร็วเรือ


ในเรือใบขนาดเล็กอาจแล่นใบขวางลมได้เร็วกว่าตามลม หรือขึ้นอยู่กับใบเรือและ Centerboard
 โดยส่วนใหญ่ความเร็วสูงสุดจะอยู่ระหว่าง Close reaching กับ Broad reaching เรือใบจะสามารถวิ่งได้เร็วกว่าความเร็วลมเมื่ออยู่ในมุมที่ถูกต้อง

 เรือใบแล่นได้ด้วยลมอย่างไร และทำไมเรือใบจึงแล่นทวนลมได้


สามารถลองทำการทดลองง่ายๆ โดยใช้มือซ้ายจับไม้บรรทัดไว้  มือขวาถือปากกาตามที่แสดงในรูป (1)

ไม่ว่าปลายปากกาจะกดลงไปในทิศทางใดบนด้านเฉียงของแผ่นสามเหลี่ยมก็ตาม  แผ่นสามเหลี่ยมจะเคลื่อนที่ไปในทิศของลูกศรสีขาว  เมื่อปลายปากกากดลงบนด้านเฉียงของแผ่นสามเหลี่ยมตามแนวทิศ  v  เนื่องจากแผ่นสามเหลี่ยมเรียบลื่น  แรง R    ที่กดลงไปนั้นจะตั้งฉากกับด้านเฉียงของสามเหลี่ยม (ซึ่งก็คือไม่เกี่ยวข้องกับทิศทาง v โดยตรง)

แรงกด  R  นี้สามารถแบ่งออกเป็นแรงองค์ประกอบ  F1  และ  F2  โดยที่  F1  ทำให้แผ่นสามเหลี่ยมเคลื่อนที่ไปตามแนวไม้บรรทัด  (ตามทิศทางของลูกศรสีขาวในรูป(1)  F2 ทำให้แผ่นสามเหลี่ยมกดลงไปบนไม้บรรทัด  ในขณะที่ไม้บรรทัดจะมีแรงต้าน  P  กระทำต่อแผ่นสามเหลี่ยม  โดยต้านแรง  F2  ดังนั้นแผ่นสามเหลี่ยมจึงเคลื่อนที่ไปตามแนวแรง  F1  เท่านั้น  จากรูป (1) แสดงให้เห็นว่า  เมื่อกดปลายปากกาลงไปบนแผ่นสามเหลี่ยมจากทางทิศเหนือ  แต่แผ่นสามเหลี่ยมจะเคลื่อนที่ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ

            ในรูป (2) แสดงให้เห็นว่า  เมื่อเรือใบแล่นทวนลมนั้น  แรงลม  R  ที่กระทำต่อเรือใบจะตั้งฉากกับใบเรือ  (หากไม่มีแรงเสียดทานระหว่างกันจะตั้งฉากกับพื้นที่ผิวสัมผัส)  R  สามารถแยกเป็นแรงองค์ประกอบ  F1  และ  F2  โดยที่  F1 จะเป็นแรงผลักให้เรือใบแล่นไปข้างหน้า  ในขณะที่  F2 จะดันให้เรือเคลื่อนที่ไปตามแนวขวาง  แต่เนื่องจากท้องเรือและกราบเรือทางด้านข้างได้รับแรงต้าน (จาก Keel Boat ใต้ท้องเรือ) P  จากน้ำ  แรง  P จะต้านแรง  F2  ทำให้เรือไม่เคลื่อนที่ไปทางแนวขวางมากนัก  เรือจึงแล่นตรงไปได้


ถึงแม้เรือใบจะไม่สามารถวิ่งสวนลมในทางตรงได้ก็จริง แต่เรือใบก็ไปถึงจุดหมายปลายทางที่สวนลมตรงได้ ด้วยวิธี แล่นก้าว (beating) แล้วใช้วิธีวิ่งสลับฟันปลาซ้ายขวาไปเรื่อยๆ
















เอกสารอ้างอิง
   -กองทัพเรือ ประเทศไทย
   -ฟิสิกส์ราชมงคล
   -Wikipedia
   -Ocean Sail UK
   -Sailaboat tv 

วันพฤหัสบดีที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

Marine Traffic AIS Vessel Tracking

การสัญจรและระบบติดตามเรือระบบ AIS
Marine Traffic AIS Vessel Tracking

 
ระบบนี้จะมีติดตั้งกับเรือขนาดใหญ่ ช่วยในการติดตามเรือในทะเล และมีระบบเตือนป้องกันเรือชนกัน กรณีหันหัวเรือไปในทิศตัดกับเส้นทางเดินเรืออีกลำ

เราสามารถมาประยุกต์ใช้ดูกรณี เดินเรือในจุดใกล้ๆท่าเรือ หรือเส้นทางเดินเรือ เช่น แหลมฉบัง มาบตาพุด ฯลฯ เพื่อดูว่ามีเรือขนาดใหญ่กำลังเดินทางมาข้างหน้าในเวลาอันใกล้ๆ หรือเปล่า เพื่อที่จะไม่ไปเดินเรือในแนวเดินเรือของเรือขนาดใหญ่

หลักการป้องกันเรือชนกัน 
เรือขนาดเล็ก ต้องให้ทางเรือขนาดใหญ่มาก เพราะเรือขนาดใหญ่มากๆจะควบคุมเรือลำบากกว่าเรือขนาดเล็ก

แผนที่พร้อมพิกัดเรือ Realtime สามารถดูจาก iPad หรือ Smartphone
(สำหรับการใช้งานครั้งแรก ให้กดปุ่ม Got it ก่อน แผนที่ก็จะมองเห็นเรือบน map หรือกดซูม)



สามารถซูม + / - หรือคลิกที่เรือเพื่อดูรายละเอียด



บทความที่เกี่ยวข้อง : กฏสำหรับหลีกเลี่ยงเรือชนกัน

วันอาทิตย์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ป.ปลาหายไปไหน

ป.ปลาหายไปไหน

ประเทศไทยมีพื้นที่ติดกับทะเลถึง 23 จังหวัด ทะเลไทยอาจจะมีพื้นที่ไม่มากนักแต่ทะเลไทยได้เป็นที่ยอมรับโดยทั่วกันว่ามี ความหลายหลายทางชีวภาพสูงมากเมื่อเปรียบเทียบกับบริเวณอื่นๆของโลก


แต่ที่ผ่านมาการใช้ประโยชน์พื้นที่ชายฝั่งและการพัฒนากิจการประมงไปในทาง ทำลายเพื่อกอบโกยเงินนั้นได้ทำให้ทะเลไทยเสื่อมโทรมและมีปัญหาเข้าสู่ขั้นวิกฤติ การประมงอุตสาหกรรมแบบล้างผลาญ จับทั้งปลาน้อยและปลาใหญ่ แล้วทะเลไทยของเราจะมีปลาเหลือได้อย่างไร


 ไม่เพียงแต่ทะเลไทยเท่านั้นที่มีปัญหา แต่ทะเลและมหาสมุทรของโลกก็ตกอยู่ในขั้นวิกฤติเช่นกัน เพราะการประมงเกินขนาดที่มากเกินศักยภาพการผลิตของทะเลและมหาสมุทร เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพการประชุมสมาคมธุรกิจปลาทูน่าของโลก ซึ่งมีผู้ร่วมประชุมถึง 600 คน เพื่อมาคุยธุรกิจและพูดถึงอนาคตของ "การประมงที่ยั่งยืน" ว่าจะสามารถเป็นไปได้หรือไม่





อุตสาหกรรมประมงทูน่าที่กำลังล้างผลาญมหาสมุทรอินเดีย

 หนึ่งในปัญหาที่กำลังคุกคามมหาสมุทรของเรา คือ การประมงเกินขนาดและการประมงแบบทำลายล้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมทูน่า ที่กำลังคร่าชีวิตสัตว์ทะเลที่ไม่ใช่สัตว์น้ำเป้าหมาย อาทิ ฉลามและเต่า ไทยยูเนี่ยนคือบริษัทหนึ่งที่มีความเชื่อมโยงกับการใช้เครื่องมือประมงแบบ ทำลายล้าง และขณะนี้ผู้คนกว่า 420,000 คน ได้ร่วมกันรณรงค์ให้ไทยยูเนี่ยนลงมือยุติการใช้วิธีประมงแบบทำลายล้าง ในฐานะที่เป็นอุตสาหกรรมปลาทูน่าที่ใหญ่ที่สุดในโลก

การได้นั่งอยู่กลางมหาสมุทรอินเดียในตอนกลางคืน มันเหลือเชื่อมาก คุณรู้สึกได้ถึงความกว้างใหญ่ของทะเลที่อยู่ล้อมรอบ พลังของคลื่นลูกแล้วลูกเล่า ความลึกและความดำมืด ผมอยากให้คุณลองจินตนาการวาดภาพจากที่ที่อยู่ไกลออกไปหลายกิโลเมตร คุณกำลังมองเห็นกลุ่มแสงเรืองรองขนาดใหญ่ตรงเส้นขอบฟ้า และเมื่อเข้าไปใกล้มันมากขึ้น แสงจ้าจากรางไฟที่มีหลอดไฟฟ้ากำลังสูง 80 ดวง ส่องลงไปในน้ำทุกคืน สัตว์ทะเลที่ว่ายวนกันอย่างหนาแน่นใต้น้ำ ถูกล่อเข้าสู่แสงไฟสว่างจ้านั้น

 
นั่นคือสิ่งที่เราพบระหว่างเผชิญหน้ากับเรือเอ็กซ์พลอเรอร์ ทู เรือจับทูน่าขนาดใหญ่ที่จัดหาวัตถุดิบให้กับไทยยูเนี่ยน มันไม่เหมือนเรือลำอื่นๆที่เราเคยเห็น และแสงไฟสว่างจ้านั้นก็น่าจะด้วยเหตุผลอื่น วิธีทำประมงที่กำลังถกเถียงกันอยู่นี้ใช้ไฟล่อสัตว์ทะเลแทบทุกชนิด ก่อนที่เรือประมงลำอื่นๆจะมาวางเบ็ดทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันถูกต้องแล้วหรือ นักกิจกรรมบนเรือเอสเพอรันซาปฏิบัติการอยู่ในมหาสมุทรอินเดียมาแล้วห้า สัปดาห์ เพื่อขจัดการทำประมงทำลายล้างออกไปจากสายการผลิตที่จัดส่งวัตถุดิบให้ไทยยูเนี่ยน ทั้งติดตามและเก็บกู้อุปกรณ์จับปลาที่ทำลายล้างออกไปจากทะเล อย่างที่เรากำลังทำกับเรือเอ็กซ์พลอเรอร์ ทู สัตว์ทะเลว่ายวนอยู่ใต้อุปกรณ์ล่อปลาและเรือประมงก็ใช้อวนล้อมจับขึ้นมาทั้ง หมด แต่เรือเอ็กซ์พลอเรอร์ ทู ใช้อุปกรณ์ล่อปลามากขึ้นและเข้าข่ายการประมงเกินขนาด ไม่ใส่ใจต่ออันตรายขั้นรุนแรงที่จะเกิดกับชีวิตสัตว์ทะเล



เรือเอ็กซ์พลอเรอร์ ทู ทำประมงโดยลอยลำอยู่กับที่ ซึ่งไม่เหมือนเรือลำอื่นๆ โดยทอดสมอไว้กับภูเขาใต้น้ำ โกโก้ เดอ แมร์ ทางตอนเหนือของหมู่เกาะซีเชลส์ นั่นคือสิ่งที่เราพบครั้งแล้วครั้งเล่า ซึ่งการลอยลำอยู่กับที่ทำให้เรือประมงลำอื่นๆรู้พิกัดที่แน่นอน เรือเอ็กซ์พลอเรอร์ ทู จึงแค่ลอยลำไว้นิ่งๆ ส่องไฟลงไปใต้น้ำเพื่อล่อปลา

ผู้สนับสนุนของเราในอังกฤษ เนเธอร์แลนด์ ฝรั่งเศส และอิตาลี ช่วยกันค้นข้อมูล จนได้รู้ว่า เรือเป็นของบริษัทสัญชาติสเปน ชื่ออัลบาโครากรุ๊ป เป็นบริษัทจัดหาวัตถุดิบส่งให้บริษัทไทยยูเนี่ยนและทูน่ากระป๋องที่วางขายใน ยุโรป ทั้ง จอห์น เวสต์ เปอติ นาวีร์ และ มาเรบู สิ่งที่เราพบจึงชี้ชัดได้ว่า เรือเอ็กซ์พลอเรอร์ ทู เกี่ยวข้องกับการทำประมงอย่างไม่เอาใจใส่ เข่นฆ่าสัตว์ทะเลโดยไม่เลือก ทำประมงเกินขนาดด้วยการจับปลาไปแทบหมดมหาสมุทร และเบียดเบียนวิถีชีวิตของชุมชนประมงท้องถิ่น


เราไม่อาจแล่นเรือผ่านไปได้และปล่อยให้ทำประมงเช่นนี้เกิดขึ้นต่อไป เราจึงต้องเผชิญหน้ากับเรือประมง ดับไฟล่อปลาด้วยการทาสีทับหลอดไฟ และถอนสมอเรือจากดอนใต้น้ำ เรือประมงไม่ชอบวิธีการนี้ของเราและพยายามแล่นเรือหลบเลี่ยง

วันนี้ ที่การประชุมสุดยอดทางการเมืองว่าด้วยการทำประมงทูน่า มีประกาศห้ามใช้ไฟล่อปลาบนเรือประมงอย่างเอ็กซ์พลอเรอร์ ทู

เราจะรู้สึกตัวเล็กนิดเดียวเมื่ออยู่กลางทะเลที่กว้างใหญ่ แต่เราในฐานะมนุษย์ที่กำลังสร้างผลกระทบมหาศาล ผู้คนหลายแสนคนกำลังเคลื่อนไหวเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง และเพื่อแสดงความเคารพต่อมหาสมุทรของเรา นั่นคือความโชคดีที่เราได้มีโอกาสทำ

แล้วคุณจะไม่ร่วมต่อสู้ไปกับเราหรือ?


ทอม โลว บรรณาธิการมัลติมีเดีย กรีนพีซสากล ปฏิบัติการจากเรือเอสเพอรันซา




ข้อมูลอ้างอิง : รวบรวมเอกสารข้อมูลจาก Greenpeace Thailand

http://www.greenpeace.org/seasia/th/

วันพุธที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

The Nautical life Captain Liz Clark

ชีวิตชิดทะเล โดย กัปตันลิซ คลาร์ค
The Nautical life Captain Liz Clark



โดดเดี่ยวผู้น่ารัก ... กลาสี กัปตันลิซ คลาร์ค กับแมวพเนจร อเมเลีย (Amelia) และเรือ สเวลล์ (Swell) ราชรถในฝันของเธอ มันเป็นบ้านของเธอเป็นเวลามากกว่า 10 ปีแล้ว


สัมผัสความหลุดพ้นจากพันธนาการทั้งปวง กับอิสรภาพและความฝันอย่างแท้จริง
ความหมายของการท่องโลก และใช้ชีวิตอยู่บนโลกอย่างที่ต้องการ ...


หลายคนยังวนเวียน ทนรถติดผลาญเวลาของชีวิตและลมหายใจ กับการทำงานหาเงิน แล้วก็ใช้เงิน แล้วก็ต้องวนเวียนหาใหม่อีก ไปเรื่อยๆ เป็นเหมือนเรื่องที่ต้องทำมัน หมุนเวียนไม่จบสิ้น เพราะคิดว่าเงินสามารถซื้อทุกสิ่งและตอบสนองทุกอย่างได้

เรากำลังอยู่ในสังคมโลกที่บ้าคลั่ง ทุกชีวิตอยู่ได้ด้วยเงิน และถูกกดดันให้หาเงิน ทำงานแข่งขันกัน แย่งกันกิน แย่งกันใช้ ทำทุกวิถีทาง ที่จะทำเพื่อให้ได้เงินมามากๆ และก็จบด้วยการใช้มัน แล้วบอกตัวเองว่า นั่นคือความสุข ...



“จะรู้สึกยังไงถ้าชีวิตนี้เกิดมา แล้วต้องตายจากไป โดยไม่ได้ทำอะไรเลย กับสิ่งที่รักหรือสิ่งที่ต้องการ?”



ลองค้นหาสิ่งที่คุณอยากจะทำมันไปตลอดทั้งชีวิตซิ สิ่งที่คุณอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีมัน ยิ่งคุณมีสิ่งที่คุณรัก สิ่งที่คุณอยากจะทำมากเท่าไหร่ คุณก็จะมีพลังที่จะผลักดันเดินไปข้างหน้ามากขึ้นเท่านั้น ...



มาลองสัมผัสอิสรภาพและความฝันอย่างแท้จริง กับ  ... ลิซ คลาร์ค และเพื่อน

สร้างจากเรื่องจริง ...













"I eat and shower and live under the sky and stars. The warm clear Pacific never gets boring — exploring remote islands, surfing uncrowded waves, playing in coconut trees. Aside from boat work, missing family and the occasional food craving, it’s pretty dreamy."

"ฉันกินและอาบน้ำ และอาศัยภายใต้ท้องฟ้าและดวงดาว มหาสมุทรแปซิฟิกอบอุ่นสดใส ไม่เคยน่าเบื่อ สำรวจหมู่เกาะที่ห่างไกล ,โต้คลื่นที่ๆไม่มีคนพลุ่กพล่าน,เดินเล่นในสวนต้นมะพร้าว นอกเหนือจากงานเรือ อยู่ตัวคนเดียวและบางครั้งบางคราวก็อยากกินอะไรอร่อย มันเป็นฝันสวยๆของคนช่างฝัน"






"Whenever possible, I use this precision anchoring technique to place my anchor in a sand patch where my chain won’t damage any nearby coral…"

"เมื่อใดก็ตามที่เป็นไปได้ ฉันใช้เทคนิคที่แม่นยำในการทิ้งสมอ และวางสมอของฉ้นแต่งในทราย และสายโซ่ของฉันจะไม่ทำลายปะการังใกล้ๆ"










ข้อมูลอ้างอิง