คลองลัด แม่น้ำเจ้าพระยา
แม่น้ำเจ้าพระยา เกิดจากการรวมกันของแม่น้ำ 4 สาย คือ ปิง วัง ยม น่าน และเป็นที่ตั้ง ของ เมืองหลวงของไทยถึง ๓ เมืองหลวง ได้แก่
- พระนครศรีอยุธยา
- กรุงธนบุรี
- กรุงเทพมหานคร
บริเวณตั้งแต่ใต้อยุธยาลงมาถึงกรุงเทพ ฯ เป็นช่วงที่แม่น้ำเจ้าพระยา ไหลอ้อมมาก บางช่วงคตเคี้ยวมากจึงมีการขุดคลองลัดแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการเดินทาง ภายหลังแม่น้ำเจ้าพระยาสายเดิมก็ตื้นเขิน กลายเป็นคลองไป ส่วนคลองลัดที่ขุดใหม่ก็กว้างขึ้นจนกลายเป็นแม่น้ำเจ้าพระยาปัจจุบัน
การขุดคลองลัดแม่น้ำเจ้าพระยามีครั้งสำคัญๆ อยู่ 4 ครั้ง
คลองขุดครั้งแรก ขุดในสมัยสมเด็จพระชัยราชาธิราช พ.ศ. 2065 ได้โปรดเกล้าฯ ให้ขุดจากปากคลองบางกอกน้อย ถึงปากคลองบางกอกใหญ่ (คลองบางหลวง) เรียกว่า "
คลองลัดบางกอก"(คลองขุดหมายเลข 1 ในรูป) และสมัย พ.ศ. 2081 สมัยสมเด็จพระจักรพรรดิ์ ได้มีการขุดคลองลัดบางกรวย
คลองลัดที่ขุดขึ้นช่วยย่นระยะเวลาเดินทางได้ 1 วัน ต่อมากระแสน้ำส่วนใหญ่ได้ไหลเข้าสู่คลองลัด ทำให้คลองลัดกว้างและลึกขึ้นเรื่อยๆ จนเป็นแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างในปัจจุบัน ส่วนเจ้าพระยาเดิมที่ไหลคดโค้ง ก็ค่อยๆ เล็กแคบลงเป็น คลองบางกอกน้อย คลองชักพระ และคลองบางกอกใหญ่
คลองขุดครั้งที่สอง ขุดในสมัยพระเจ้าพระมหาจักรพรรดิ์ พ.ศ. 2081 ได้โปรดเกล้าฯ ให้ขุดคลองลัดบางกรวย จากบริเวณคลองบางกรวย ถึงคลองบางกอกน้อย เรียกว่า "
คลองลัดบางกรวย" (คลองขุดหมายเลข 2 ในรูป)
คลองขุดครั้งที่สาม ขุดในสมัยพระเจ้าปราสาททอง พ.ศ. 2139 ได้โปรดเกล้าฯ ให้ขุด "
คลองลัดนนท์" (คลองขุดหมายเลข 3 ในรูป)
คลองขุดครั้งที่สี่ ขุดในสมัยพระเจ้าท้ายสระ พ.ศ. 2265 ได้โปรดเกล้าฯ ให้ขุด "
คลองลัดเกร็ด" ทำให้ปากเกร็ดเป็นเกาะกลางแม่น้ำเจ้าพระยา จนเป็นเกาะเกร็ดดังปัจจุบัน
การล่องเรือในลำน้ำเจ้าพระยา แม่น้ำคูคลองต่างๆ จะเต็มไปด้วยสถานที่สำคัญ ที่มีคุณค่าทาง ประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม และจุดท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม เช่น พระบรมมหาราชวัง วัดวาอารามต่างๆ สิ่งก่อสร้างที่มีการผสมผสานจากหลายๆกลุ่มวัฒนธรรม จนรวมมาเป็นชนชาติไทย ซึ่งเป็นที่สนใจของชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก