ปลาโอลาย ปลาโอแกลบ
ชื่อสามัญ EASTERN LITTLE TUNA
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ Euthynnus affinis (Cantor)
ถิ่นอาศัย พบในอ่าวไทยทั้งฝั่งทะเลตะวันออก และตะวันตก และบริเวณทะเลอันดามัน
ลักษณะ เป็นปลาโอขนาดกลางชอบว่ายและกระโดดอยู่บริเวณผิวน้ำ รูปร่างเพรียว หัวและหางเรียวเป็นรูปกระสวย ลำตัวบริเวณเหนือเส้นข้างตัวเป็นสีน้ำเงินเข้มและมีลวดลายสีดำเฉียง กับลำตัวใต้ครีบหูมีจุดดำ 2-4 จุด ครีบทุกครีบมีสีคล้ำหรือขาว
ขนาด ความยาวประมาณ 25-50 เซนติเมตร
อาหาร กินปลาผิวน้ำซึ่งมีขนาดเล็กกว่า
ประโยชน์ เนื้อใช้ปรุงอาหารได้
เรื่องเกี่ยวกับเรือ ท่องเที่ยว และอื่นๆ ชายผู้หลงรัก ท้องทะเล ท้องฟ้า และ ดวงดาว
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กระสวย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กระสวย แสดงบทความทั้งหมด
วันจันทร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2558
ปลาโอแถบ
ปลาโอแถบ
ชื่อสามัญ SKIPJACK TUNA
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ Euthynnus pelamis (Linnaeus)
ถิ่นอาศัย ส่วนมากพบอยู่ในทะเลอันดามัน แถบจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต และสตูล
ลักษณะ เป็นปลาผิวน้ำ รูปร่างกลมและยาวเพรียวรูปกระสวย ปากกว้าง นัยน์ตาขนาดปานกลาง คล้ายคลึงกับปลาโอ ที่พบเห็นทั่วไปในน่านน้ำไทย ครีบหลังอันที่สองมีขนาดเล็กและไม่สูงครีบหูมีขนาดเล็ก ปลายแหลมเรียว ครีบท้องเล็ก ครีบก้นมีจุดเริ่มต้นอยู่ประมาณกลางครีบหลังอันที่สองมีเกล็ดเฉพาะบริเวณใต้ครีบหลังอันแรกและบริเวณสันข้างตัวมีแถบสีดำ ประมาณ 4-6 แถบ อยู่ใต้เส้นข้างตัว เนื่องจากเป็นปลาที่มีนิสัยชอบกระโดดโลดเต้นตามผิวน้ำ จึงได้ชื่อว่า " Skipjack tuna" แปลว่า กระโดดโลดเต้น อยู่รวมกันเป็นฝูงใหญ่หลายพันหลายหมื่นตัว
ขนาด ความยาวประมาณ 40-80 เซนติเมตร
อาหาร กินปลาผิวน้ำขนาดเล็ก กุ้งและหมึก
ประโยชน์ เนื้อปลาใช้ปรุงเป็นอาหาร
ชื่อสามัญ SKIPJACK TUNA
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ Euthynnus pelamis (Linnaeus)
ถิ่นอาศัย ส่วนมากพบอยู่ในทะเลอันดามัน แถบจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต และสตูล
ลักษณะ เป็นปลาผิวน้ำ รูปร่างกลมและยาวเพรียวรูปกระสวย ปากกว้าง นัยน์ตาขนาดปานกลาง คล้ายคลึงกับปลาโอ ที่พบเห็นทั่วไปในน่านน้ำไทย ครีบหลังอันที่สองมีขนาดเล็กและไม่สูงครีบหูมีขนาดเล็ก ปลายแหลมเรียว ครีบท้องเล็ก ครีบก้นมีจุดเริ่มต้นอยู่ประมาณกลางครีบหลังอันที่สองมีเกล็ดเฉพาะบริเวณใต้ครีบหลังอันแรกและบริเวณสันข้างตัวมีแถบสีดำ ประมาณ 4-6 แถบ อยู่ใต้เส้นข้างตัว เนื่องจากเป็นปลาที่มีนิสัยชอบกระโดดโลดเต้นตามผิวน้ำ จึงได้ชื่อว่า " Skipjack tuna" แปลว่า กระโดดโลดเต้น อยู่รวมกันเป็นฝูงใหญ่หลายพันหลายหมื่นตัว
ขนาด ความยาวประมาณ 40-80 เซนติเมตร
อาหาร กินปลาผิวน้ำขนาดเล็ก กุ้งและหมึก
ประโยชน์ เนื้อปลาใช้ปรุงเป็นอาหาร
ปลาโอดำ ปลาโอหม้อ
ปลาโอดำ ปลาโอหม้อ
ชื่อสามัญ LONGTAIL-TUNA
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ Thunnus tonggol (Bleeker)
ถิ่นอาศัย มีแพร่กระจายอยู่ทั่วไป ทั้งอ่าวไทย ตั้งแต่ชลบุรี สัตหีบ ลงไปจนถึงสงขลา และปัตตานี และทะเลอันดามัน
ลักษณะ เป็นปลาผิวน้ำที่ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูงเช่นเดียวกับปลาโอทั่วๆ ไป ลำตัวค่อนข้างกลมและยาวเพรียวแบบกระสวย ครีบหลังที่แยกออกจากกันเป็นสองอันและอยู่ห่างกันเพียงเล็กน้อยเท่าขนาดความยาวของตา ครีบหูหลังยาวมาก ครีบท้องตั้งอยู่ในแนวเดียวกับครีบหู ครีบก้นอยู่เยื้องครีบหลังอันที่สองเล็กน้อย ครีบหางใหญ่เว้าลึกเป็นรูปวงเดือน มีเกล็กเล็กละเอียดอยู่บริเวณแนวท้อง มีจุดสีขาวเรียงกันเป็นแถวไปตามความยาวของส่วนท้อง ครีบฝอยของครีบหลังและครีบก้นมีสีเทาแกมเหลือง
ขนาด เป็นปลาโอขนาดเล็ก มีความยาวประมาณ 40-70 เซนติเมตร
อาหาร กินปลาผิวน้ำ กุ้งและหมึก
ประโยชน์ เนื้อปลาใช้ปรุงเป็นอาหาร
ชื่อสามัญ LONGTAIL-TUNA
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ Thunnus tonggol (Bleeker)
ถิ่นอาศัย มีแพร่กระจายอยู่ทั่วไป ทั้งอ่าวไทย ตั้งแต่ชลบุรี สัตหีบ ลงไปจนถึงสงขลา และปัตตานี และทะเลอันดามัน
ลักษณะ เป็นปลาผิวน้ำที่ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูงเช่นเดียวกับปลาโอทั่วๆ ไป ลำตัวค่อนข้างกลมและยาวเพรียวแบบกระสวย ครีบหลังที่แยกออกจากกันเป็นสองอันและอยู่ห่างกันเพียงเล็กน้อยเท่าขนาดความยาวของตา ครีบหูหลังยาวมาก ครีบท้องตั้งอยู่ในแนวเดียวกับครีบหู ครีบก้นอยู่เยื้องครีบหลังอันที่สองเล็กน้อย ครีบหางใหญ่เว้าลึกเป็นรูปวงเดือน มีเกล็กเล็กละเอียดอยู่บริเวณแนวท้อง มีจุดสีขาวเรียงกันเป็นแถวไปตามความยาวของส่วนท้อง ครีบฝอยของครีบหลังและครีบก้นมีสีเทาแกมเหลือง
ขนาด เป็นปลาโอขนาดเล็ก มีความยาวประมาณ 40-70 เซนติเมตร
อาหาร กินปลาผิวน้ำ กุ้งและหมึก
ประโยชน์ เนื้อปลาใช้ปรุงเป็นอาหาร
ปลาโอขาว
ปลาโอขาว
ชื่อสามัญ FRIGATE MACKEREL
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ Auxis thazard (Lacepede)
ถิ่นอาศัย พบอยู่ทั่วไปบริเวณนอกฝั่งทะเลจากจังหวัดปัตตานีลงไปทางใต้และด้านทะเลอันดามัน
ลักษณะ เป็นปลาผิวน้ำที่อยู่ร่วมกันเป็นฝูง ว่ายน้ำเร็วและชอบกระโดดอยู่เหนือน้ำ รูปร่างเพรียวแบบกระสวย ลำตัวค่อนข้าง ปากกว้างและมีฟันแหลมคม ครีบหลังแบ่งเป็นสองส่วน ครีบหลังห่างจากส่วนหน้า และมีครีบฝอยอยู่ 8 อัน ครีบหูสั้น ครีบก้นมีลักษณะเดียวกับครีบหลังส่วนหลัง ครีบหางเว้าลึกเป็นรูปวงเดือน มีเกล็ดเล็กอยู่บริเวณใต้ครีบหลังอันแรก มีแถบลายสีดำขนาดเล็กประมาณ 15-18 แถบอยู่บริเวณเหนือเส้นข้างตัว ตั้งแต่ใต้ครีบหลังถึงโคนหาง
ขนาด ที่พบทั่วไปมีความยาว 25-40 เซนติเมตร
อาหาร ปลาขนาดเล็กและปลาหมึก
ประโยชน์ เนื้อปลาใช้ปรุงเป็นอาหาร
ชื่อสามัญ FRIGATE MACKEREL
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ Auxis thazard (Lacepede)
ถิ่นอาศัย พบอยู่ทั่วไปบริเวณนอกฝั่งทะเลจากจังหวัดปัตตานีลงไปทางใต้และด้านทะเลอันดามัน
ลักษณะ เป็นปลาผิวน้ำที่อยู่ร่วมกันเป็นฝูง ว่ายน้ำเร็วและชอบกระโดดอยู่เหนือน้ำ รูปร่างเพรียวแบบกระสวย ลำตัวค่อนข้าง ปากกว้างและมีฟันแหลมคม ครีบหลังแบ่งเป็นสองส่วน ครีบหลังห่างจากส่วนหน้า และมีครีบฝอยอยู่ 8 อัน ครีบหูสั้น ครีบก้นมีลักษณะเดียวกับครีบหลังส่วนหลัง ครีบหางเว้าลึกเป็นรูปวงเดือน มีเกล็ดเล็กอยู่บริเวณใต้ครีบหลังอันแรก มีแถบลายสีดำขนาดเล็กประมาณ 15-18 แถบอยู่บริเวณเหนือเส้นข้างตัว ตั้งแต่ใต้ครีบหลังถึงโคนหาง
ขนาด ที่พบทั่วไปมีความยาว 25-40 เซนติเมตร
อาหาร ปลาขนาดเล็กและปลาหมึก
ประโยชน์ เนื้อปลาใช้ปรุงเป็นอาหาร
ปลาหางแข็งบั้ง
ปลาหางแข็งบั้ง
ชื่อสามัญ BANDED CREVALLE
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ Caranx mate Cuvier & Valenciennes)
ถิ่นอาศัย อยู่ตามทะเลเปิดทั่วไป
ลักษณะ เป็นปลาทะเลซึ่งมีลำตัวยาว แบนข้าง หัวโต จะงอยปากยาวและแหลม นัยน์ตาโตมีเยื่อไขมันหุ้มอยู่ ปากกว้างและเฉียงขึ้นเล็กน้อย มีฟันเล็ก บนขากรรไกร เกล็ดเส้นข้างตัวแข็ง โดยเฉพาะส่วนหางดูเป็นสันแข็งกว่าส่วนอื่น ๆ ครีบหลังมีสองอัน แยกเป็นอิสระจากกัน อันแรกเป็นรูปสามเหลี่ยมอันที่สองตอนหน้าสูงแหลม ตอนท้ายสุดจรดโคนหาง ครีบก้นยาวปลายจรดโคนหาง เช่นกัน ลำตัวด้านบนสีน้ำเงินแกมเขียว ช่วงท้องสีขาว มีแถบสีเทาจางๆ พาดตัวลายใหญ่บ้างเล็กบ้างสลับกัน ครีบต่างๆ สีเหลือง
ขนาด ความยาวประมาณ 13-30 เซนติเมตร
อาหาร กินปลา กุ้งและสัตว์น้ำขนาดเล็กกว่า
ประโยชน์ เนื้อปลาใช้ปรุงเป็นอาหารได้ดี นิยมนำมาแปรรูปเป็นปลาเค็ม
ชื่อสามัญ BANDED CREVALLE
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ Caranx mate Cuvier & Valenciennes)
ถิ่นอาศัย อยู่ตามทะเลเปิดทั่วไป
ลักษณะ เป็นปลาทะเลซึ่งมีลำตัวยาว แบนข้าง หัวโต จะงอยปากยาวและแหลม นัยน์ตาโตมีเยื่อไขมันหุ้มอยู่ ปากกว้างและเฉียงขึ้นเล็กน้อย มีฟันเล็ก บนขากรรไกร เกล็ดเส้นข้างตัวแข็ง โดยเฉพาะส่วนหางดูเป็นสันแข็งกว่าส่วนอื่น ๆ ครีบหลังมีสองอัน แยกเป็นอิสระจากกัน อันแรกเป็นรูปสามเหลี่ยมอันที่สองตอนหน้าสูงแหลม ตอนท้ายสุดจรดโคนหาง ครีบก้นยาวปลายจรดโคนหาง เช่นกัน ลำตัวด้านบนสีน้ำเงินแกมเขียว ช่วงท้องสีขาว มีแถบสีเทาจางๆ พาดตัวลายใหญ่บ้างเล็กบ้างสลับกัน ครีบต่างๆ สีเหลือง
ขนาด ความยาวประมาณ 13-30 เซนติเมตร
อาหาร กินปลา กุ้งและสัตว์น้ำขนาดเล็กกว่า
ประโยชน์ เนื้อปลาใช้ปรุงเป็นอาหารได้ดี นิยมนำมาแปรรูปเป็นปลาเค็ม
ปลาเหลืองปล้องหม้อ
ปลาเหลืองปล้องหม้อ
ชื่อสามัญ BLUE AND GOLD FUSILIER
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ Caesio caerulaureus Lacepede
ถิ่นอาศัย ตามกองหินใต้น้ำ ข้างเกาะที่เป็นน้ำใส พื้นท้องทะเลที่เป็นหิน ปะการัง ทรายและที่มีความเค็มของน้ำทะเล
ลักษณะ เป็นปลาทะเลที่อยู่ระดับกลางน้ำ มีลำตัวยาว หางเรียวยาว แบนข้าง หัวป้อม จะงอยปากสั้น นัยน์ตาค่อนข้างโต มีเยื่อไขมันปกคลุม ปากแคบและเฉียงขึ้น มีฟันเล็กและแหลมคม เกล็ดเล็ก ครีบหลังยาว ส่วนที่เป็นก้านครีบแข็งและก้านครีบอ่อนเชื่อมเป็นแผ่นเดียวกัน ครีบหูและครีบท้องมีขนาดใกล้เคียงกันและมีปลายแหลม ครีบก้นค่อนข้างยาว ครีบหางเป็นแฉกลึก ปลายแฉกเรียวแหลม พื้นลำตัวเป็นสีน้ำเงินปนเขียว ท้องสีขาวเงิน ด้านข้างมีแถบสีเหลืองด้านละแถบ ครีบหลังมีขอบสีเทาเข้ม ฐานครีบหูมีแต้มสีดำข้างละหนึ่งจุด มีแถบสีดำอยู่ด้านในของแฉกหางทั้งสองอัน
ขนาด ความยาวประมาณ 18-30 เซนติเมตร
อาหาร พืชน้ำและแมลง
ประโยชน์ ใช้เป็นอาหาร
ชื่อสามัญ BLUE AND GOLD FUSILIER
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ Caesio caerulaureus Lacepede
ถิ่นอาศัย ตามกองหินใต้น้ำ ข้างเกาะที่เป็นน้ำใส พื้นท้องทะเลที่เป็นหิน ปะการัง ทรายและที่มีความเค็มของน้ำทะเล
ลักษณะ เป็นปลาทะเลที่อยู่ระดับกลางน้ำ มีลำตัวยาว หางเรียวยาว แบนข้าง หัวป้อม จะงอยปากสั้น นัยน์ตาค่อนข้างโต มีเยื่อไขมันปกคลุม ปากแคบและเฉียงขึ้น มีฟันเล็กและแหลมคม เกล็ดเล็ก ครีบหลังยาว ส่วนที่เป็นก้านครีบแข็งและก้านครีบอ่อนเชื่อมเป็นแผ่นเดียวกัน ครีบหูและครีบท้องมีขนาดใกล้เคียงกันและมีปลายแหลม ครีบก้นค่อนข้างยาว ครีบหางเป็นแฉกลึก ปลายแฉกเรียวแหลม พื้นลำตัวเป็นสีน้ำเงินปนเขียว ท้องสีขาวเงิน ด้านข้างมีแถบสีเหลืองด้านละแถบ ครีบหลังมีขอบสีเทาเข้ม ฐานครีบหูมีแต้มสีดำข้างละหนึ่งจุด มีแถบสีดำอยู่ด้านในของแฉกหางทั้งสองอัน
ขนาด ความยาวประมาณ 18-30 เซนติเมตร
อาหาร พืชน้ำและแมลง
ประโยชน์ ใช้เป็นอาหาร
ปลาสีกุลทองตาวัว
ปลาสีกุลทองตาวัว
ชื่อสามัญ OXEYE SCAD
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ Selar boops Bleeker
ถิ่นอาศัย เป็นปลารวมฝูง ชอบอยู่ในบริเวณกลางน้ำในบริเวณอ่าวไทยหลังสวน เกาะเต่า
ลักษณะ มีรูปร่างคล้ายปลาทูแต่มีขนาดใหญ่กว่า นัยน์ตาโต ปากกว้างมาก มีเยื่อไขมันแผ่คลุมอยู่รอบบริเวณลูกนัยน์ตา มีรูเล็ก ๆ ตรงช่องตาดำ ทำให้ปลาสามารถมองเห็นภาพได้ชัด บนขากรรไกรทั้ง 2 ข้าง จะมีฟันซี่เล็กละเอียด ครีบหลังสั้นก้านครีบอันแรกของครีบหลังจะยื่นล้ำออกไปทางข้างหน้าซึ่งมี ลักษณะแตกต่างจากปลาชนิดอื่น ครีบหางมีลักษณะเว้าลึก มีแถบสีทองพาดอยู่กลางลำตัว บริเวณเหนือแถบสีทองจะมีสีน้ำเงินเข้ม
ขนาด ความยาวโดยทั่วไป 14-25 เซนติเมตร
อาหาร แพลงค์ตอนและสัตว์น้ำอื่น ๆ ซึ่งมีขนาดเล็ก
ประโยชน์ เนื้อมีรสอร่อย
ชื่อสามัญ OXEYE SCAD
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ Selar boops Bleeker
ถิ่นอาศัย เป็นปลารวมฝูง ชอบอยู่ในบริเวณกลางน้ำในบริเวณอ่าวไทยหลังสวน เกาะเต่า
ลักษณะ มีรูปร่างคล้ายปลาทูแต่มีขนาดใหญ่กว่า นัยน์ตาโต ปากกว้างมาก มีเยื่อไขมันแผ่คลุมอยู่รอบบริเวณลูกนัยน์ตา มีรูเล็ก ๆ ตรงช่องตาดำ ทำให้ปลาสามารถมองเห็นภาพได้ชัด บนขากรรไกรทั้ง 2 ข้าง จะมีฟันซี่เล็กละเอียด ครีบหลังสั้นก้านครีบอันแรกของครีบหลังจะยื่นล้ำออกไปทางข้างหน้าซึ่งมี ลักษณะแตกต่างจากปลาชนิดอื่น ครีบหางมีลักษณะเว้าลึก มีแถบสีทองพาดอยู่กลางลำตัว บริเวณเหนือแถบสีทองจะมีสีน้ำเงินเข้ม
ขนาด ความยาวโดยทั่วไป 14-25 เซนติเมตร
อาหาร แพลงค์ตอนและสัตว์น้ำอื่น ๆ ซึ่งมีขนาดเล็ก
ประโยชน์ เนื้อมีรสอร่อย
ปลาสีกุลตาพอง
ปลาสีกุลตาพอง
ชื่อสามัญ BIGEYE SCAD
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ Caranx crumenophthalmus (Bloch)
ถิ่นอาศัย อยู่รวมกันเป็นฝูงอาศัยอยู่ตามผิวน้ำและกลางน้ำบริเวณชายฝั่งทะเล
ลักษณะ มีลำตัวเรียวยาวและค่อนข้างกลม ปากกว้าง จะงอยปากแหลม เกล็ดตามลำตัวเล็ก นัยน์ตาโตมาก ครีบหูยาวปลายแหลม ครีบหางแฉกลึก ลำตัวมีสีเขียวปนน้ำเงิน ด้านท้องสีเงิน ลักษณะเด่นคล้ายปลาสีกุนข้างเหลืองแต่ต่างกันที่ปลาสีกุนตาโตนั้น มีเกล็ดใหญ่เรียงนูนเป็นสันตั้งแต่กลางลำตัวจนถึงโคนหางข้างละ 1 แถว มีฟันละเอียดบนขากรรไกรบนและล่าง และมีแถบสีเหลืองพาดตามความยาวลำตัว
ขนาด ความยาวประมาณ 15-23 เซนติเมตร
อาหาร แพลงค์ตอนและสัตว์น้ำซึ่งมีขนาดเล็ก
ประโยชน์ ใช้บริโภคและทำปลาตากแห้ง
ชื่อสามัญ BIGEYE SCAD
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ Caranx crumenophthalmus (Bloch)
ถิ่นอาศัย อยู่รวมกันเป็นฝูงอาศัยอยู่ตามผิวน้ำและกลางน้ำบริเวณชายฝั่งทะเล
ลักษณะ มีลำตัวเรียวยาวและค่อนข้างกลม ปากกว้าง จะงอยปากแหลม เกล็ดตามลำตัวเล็ก นัยน์ตาโตมาก ครีบหูยาวปลายแหลม ครีบหางแฉกลึก ลำตัวมีสีเขียวปนน้ำเงิน ด้านท้องสีเงิน ลักษณะเด่นคล้ายปลาสีกุนข้างเหลืองแต่ต่างกันที่ปลาสีกุนตาโตนั้น มีเกล็ดใหญ่เรียงนูนเป็นสันตั้งแต่กลางลำตัวจนถึงโคนหางข้างละ 1 แถว มีฟันละเอียดบนขากรรไกรบนและล่าง และมีแถบสีเหลืองพาดตามความยาวลำตัว
ขนาด ความยาวประมาณ 15-23 เซนติเมตร
อาหาร แพลงค์ตอนและสัตว์น้ำซึ่งมีขนาดเล็ก
ประโยชน์ ใช้บริโภคและทำปลาตากแห้ง
ปลาม่งกลม ปลาสีกุนกลม
ปลาม่งกลม ปลาสีกุนกลม
ชื่อสามัญ BAREBREAST JACK
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ Carangoides gymnostethoides Bleeker
ถิ่นอาศัย อยู่ในบริเวณผิวน้ำแถบชายฝั่งพบในทะเลอันดามัน
ลักษณะ เป็นปลาทะเลอยู่ในวงเดียวกันกับปลาหางแข็ง แต่มีลักษณะที่แตกต่างกันไปจากพวกเดียวกัน มีลำตัวเกือบกลม หัวโต จะงอยปากยาว ปากกว้าง ฟันเป็นแถบเล็กละเอียด นัยน์ตาโต เกล็ดเล็กบริเวณใต้ครีบหูไม่มีเกล็ด ครีบหลังแบ่งออกเป็นสองอัน มีฐานเชื่อมติดกันครีบก้นแยกออกเป็นสองส่วน อันแรกมีก้านครีบแข็งเพียง 2 - 3 ก้าน คอดหางเล็กเรียว ครีบหูยาวเรียวคล้ายเคียวครีบท้องมีขนาดเล็กอยู่ใต้ครีบหู ครีบหางเป็นแฉกลึก เกล็ดบนเส้นข้างตัวบริเวณหางเป็นสันแข็งคม พื้นลำตัวสีเหลืองแกมเทา หลังสีฟ้า ท้องสีขาวครีบต่างๆ สีฟ้า ปลายครีบหางสีเทาเข็ม
ขนาด ความยาวประมาณ 25-90 ซม.
อาหาร กินปลาและสัตว์น้ำที่มีขนาดเล็กกว่า
ประโยชน์ เนื้อปลาใช้ปรุงเป็นอาหาร
ชื่อสามัญ BAREBREAST JACK
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ Carangoides gymnostethoides Bleeker
ถิ่นอาศัย อยู่ในบริเวณผิวน้ำแถบชายฝั่งพบในทะเลอันดามัน
ลักษณะ เป็นปลาทะเลอยู่ในวงเดียวกันกับปลาหางแข็ง แต่มีลักษณะที่แตกต่างกันไปจากพวกเดียวกัน มีลำตัวเกือบกลม หัวโต จะงอยปากยาว ปากกว้าง ฟันเป็นแถบเล็กละเอียด นัยน์ตาโต เกล็ดเล็กบริเวณใต้ครีบหูไม่มีเกล็ด ครีบหลังแบ่งออกเป็นสองอัน มีฐานเชื่อมติดกันครีบก้นแยกออกเป็นสองส่วน อันแรกมีก้านครีบแข็งเพียง 2 - 3 ก้าน คอดหางเล็กเรียว ครีบหูยาวเรียวคล้ายเคียวครีบท้องมีขนาดเล็กอยู่ใต้ครีบหู ครีบหางเป็นแฉกลึก เกล็ดบนเส้นข้างตัวบริเวณหางเป็นสันแข็งคม พื้นลำตัวสีเหลืองแกมเทา หลังสีฟ้า ท้องสีขาวครีบต่างๆ สีฟ้า ปลายครีบหางสีเทาเข็ม
ขนาด ความยาวประมาณ 25-90 ซม.
อาหาร กินปลาและสัตว์น้ำที่มีขนาดเล็กกว่า
ประโยชน์ เนื้อปลาใช้ปรุงเป็นอาหาร
ปลาอินทรีย์บั้ง ปลาเบกา
ปลาอินทรีย์บั้ง ปลาเบกา
ชื่อสามัญ SPANISH MACKEREL
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ Scomberomorus commerson (Lacepede)
ถิ่นอาศัย พบทั่วไปในอ่าวไทยฝั่งตะวันออกและตะวันตก และทางฝั่งทะเลอันดามัน
ลักษณะ ปลาอินทรีบั้ง เป็นปลาผิวน้ำ อยู่รวมกันเป็นฝูงมีรูปร่างคล้ายคลึงกับปลาอินทรีจุด แต่ลำตัวค่อนข้างกลมและหนากว่า ด้านข้างลำตัวจะมีแถบสีดำหรือเทาเข้มเป็นบั้งๆ ขวางลำตัวเริ่มจากแนวฐานครีบหูเรื่อยออกไปเกือบจรด โคนครีบหาง จะเห็นบั้งได้ชัดตรงบริเวณแนวเส้นข้างตัว ปลาอินทรีบั้งตัวโตจะมีบั้งมากกว่าตัวเล็ก
ขนาด ที่พบทั่วไปมักมีความยาว 30-70 เซนติเมตร ขนาดใหญ่ที่สุดยาวถึง 1 เมตร
อาหาร กินปลาและสัตว์น้ำที่อาศัยอยู่ตามผิวน้ำเป็นอาหาร เช่น ปลากะตัก หลังเขียว และหมึก
ประโยชน์ เป็นปลาที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ นิยมใช้ทำปลาเค็ม ชาวจีนเรียกปลาเค็มที่ทำจากปลาชนิดนี้ว่า "เบกา"
ชื่อสามัญ SPANISH MACKEREL
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ Scomberomorus commerson (Lacepede)
ถิ่นอาศัย พบทั่วไปในอ่าวไทยฝั่งตะวันออกและตะวันตก และทางฝั่งทะเลอันดามัน
ลักษณะ ปลาอินทรีบั้ง เป็นปลาผิวน้ำ อยู่รวมกันเป็นฝูงมีรูปร่างคล้ายคลึงกับปลาอินทรีจุด แต่ลำตัวค่อนข้างกลมและหนากว่า ด้านข้างลำตัวจะมีแถบสีดำหรือเทาเข้มเป็นบั้งๆ ขวางลำตัวเริ่มจากแนวฐานครีบหูเรื่อยออกไปเกือบจรด โคนครีบหาง จะเห็นบั้งได้ชัดตรงบริเวณแนวเส้นข้างตัว ปลาอินทรีบั้งตัวโตจะมีบั้งมากกว่าตัวเล็ก
ขนาด ที่พบทั่วไปมักมีความยาว 30-70 เซนติเมตร ขนาดใหญ่ที่สุดยาวถึง 1 เมตร
อาหาร กินปลาและสัตว์น้ำที่อาศัยอยู่ตามผิวน้ำเป็นอาหาร เช่น ปลากะตัก หลังเขียว และหมึก
ประโยชน์ เป็นปลาที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ นิยมใช้ทำปลาเค็ม ชาวจีนเรียกปลาเค็มที่ทำจากปลาชนิดนี้ว่า "เบกา"
ปลานวลจันทร์ทะเล
ปลานวลจันทร์ทะเล
ชื่อสามัญ MILKFISH
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ Chanos chanos (Forskal)
ถิ่นอาศัย อยู่ตามชายฝั่งทะเลทั่วไปในอ่าวจะพบมากในแถบจันทบุรี ระยอง ประจวบฯ สุราษฏร์ธานี ขณะยังมีวัยอ่อนจะชอบอยู่ในบริเวณน้ำกร่อย เมื่อโตขึ้นจึงจะออกไปอาศัยอยู่ในทะเล เป็นปลาที่ว่ายน้ำเร็วและกระโดดสูง
ลักษณะ ปลานวลจันทร์ทะเล รูปร่างคล้ายกระสวยหรือคล้ายปลากระบอก แต่แบนข้างมากกว่ามีขนาดใหญ่กว่าปลากระบอก ตากลมใสอยู่ในเบ้าวุ้น หัวค่อนข้างเล็กเมื่อเปรียบเทียบกับลำตัว ครีบหลังมีครีบเดียวเป็นก้านครีบอ่อนทั้งหมด ครีบหางแฉกเว้าลึกเกล็ดบริเวณลำตัวค่อนข้างเล็กติดแน่นไม่หลุดง่าย ลำตัวด้านบนเป็นสีเขียวอมน้ำเงินและค่อยๆ จางลงมาด้านล่างจนเป็นสีบรอนด์เงินท้อง เป็นปลาที่ว่ายน้ำเร็วกระโดดสูง
ขนาด ยาวที่สุดจะมีขนาดประมาณ 150 เซนติเมตร น้ำหนักมากกว่า 2 กก.
อาหาร กินเนื้อปลาและแมลงน้ำรวมทั้งจุลินทรีย์ขนาดเล็ก
ประโยชน์ เนื้อมีรสดี แต่มีก้างมาก
ชื่อสามัญ MILKFISH
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ Chanos chanos (Forskal)
ถิ่นอาศัย อยู่ตามชายฝั่งทะเลทั่วไปในอ่าวจะพบมากในแถบจันทบุรี ระยอง ประจวบฯ สุราษฏร์ธานี ขณะยังมีวัยอ่อนจะชอบอยู่ในบริเวณน้ำกร่อย เมื่อโตขึ้นจึงจะออกไปอาศัยอยู่ในทะเล เป็นปลาที่ว่ายน้ำเร็วและกระโดดสูง
ลักษณะ ปลานวลจันทร์ทะเล รูปร่างคล้ายกระสวยหรือคล้ายปลากระบอก แต่แบนข้างมากกว่ามีขนาดใหญ่กว่าปลากระบอก ตากลมใสอยู่ในเบ้าวุ้น หัวค่อนข้างเล็กเมื่อเปรียบเทียบกับลำตัว ครีบหลังมีครีบเดียวเป็นก้านครีบอ่อนทั้งหมด ครีบหางแฉกเว้าลึกเกล็ดบริเวณลำตัวค่อนข้างเล็กติดแน่นไม่หลุดง่าย ลำตัวด้านบนเป็นสีเขียวอมน้ำเงินและค่อยๆ จางลงมาด้านล่างจนเป็นสีบรอนด์เงินท้อง เป็นปลาที่ว่ายน้ำเร็วกระโดดสูง
ขนาด ยาวที่สุดจะมีขนาดประมาณ 150 เซนติเมตร น้ำหนักมากกว่า 2 กก.
อาหาร กินเนื้อปลาและแมลงน้ำรวมทั้งจุลินทรีย์ขนาดเล็ก
ประโยชน์ เนื้อมีรสดี แต่มีก้างมาก
ปลาลัง ปลาทูโม่ง ปลาโม่งลัง
ปลาลัง ปลาทูโม่ง ปลาโม่งลัง
ชื่อสามัญ INDIAN MACKERREL
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ Rastrelliger kanagurta Ruppell
ถิ่นอาศัย พบแพร่กระจายทั่วไปทั้งอ่าวไทยและทะเลอันดามัน
ลักษณะ ปลาลัง เป็นปลาผิวน้ำที่ชอบรวมกลุ่มมีรูปร่างคล้ายคลึงกับปลาทูมาก แต่มีขนาดใหญ่กว่าเล็กน้อย มีลำตัวยาวเรียว ความยาวของหัวยาวกว่าความกว้างของลำตัว ปากกว้าง นัยน์ตามีเยื่อไขมันปกคลุมอยู่โดยรอบ ครีบหลังมี 2 อัน ครีบหางเว้าลึกเป็นส้อม พื้นลำตัวมีสีน้ำเงินปนเขียวมีจุดดำ 2 แถวเรียงไปตามแนวสันหลังใต้ฐานครีบหลังมีแถบสีดำพาดไปตามความยาวของลำตัว บริเวณฐานครีบมีจุดสีดำข้างละจุด
ขนาด ความยาวประมาณ 20-25 เซนติเมตร
อาหาร กินแพลงค์ตอน
ประโยชน์ เนื้อใช้ปรุงเป็นอาหาร
ชื่อสามัญ INDIAN MACKERREL
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ Rastrelliger kanagurta Ruppell
ถิ่นอาศัย พบแพร่กระจายทั่วไปทั้งอ่าวไทยและทะเลอันดามัน
ลักษณะ ปลาลัง เป็นปลาผิวน้ำที่ชอบรวมกลุ่มมีรูปร่างคล้ายคลึงกับปลาทูมาก แต่มีขนาดใหญ่กว่าเล็กน้อย มีลำตัวยาวเรียว ความยาวของหัวยาวกว่าความกว้างของลำตัว ปากกว้าง นัยน์ตามีเยื่อไขมันปกคลุมอยู่โดยรอบ ครีบหลังมี 2 อัน ครีบหางเว้าลึกเป็นส้อม พื้นลำตัวมีสีน้ำเงินปนเขียวมีจุดดำ 2 แถวเรียงไปตามแนวสันหลังใต้ฐานครีบหลังมีแถบสีดำพาดไปตามความยาวของลำตัว บริเวณฐานครีบมีจุดสีดำข้างละจุด
ขนาด ความยาวประมาณ 20-25 เซนติเมตร
อาหาร กินแพลงค์ตอน
ประโยชน์ เนื้อใช้ปรุงเป็นอาหาร
ปลาโอคลีบเหลือง ปลาทูน่า
ปลาโอคลีบเหลือง ปลาทูน่า
ชื่อสามัญ YELLOWFIN TUNA
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ Thunnus albacores
ถิ่นอาศัย ชายฝั่งทะเลอันดามัน ในระดับผิวน้ำและกลางน้ำ ชอบอพยพย้ายถิ่น
ลักษณะ ปลาโอครีบเหลือง เป็นปลาที่มีรูปร่างคล้ายกระสวย ลำตัวท่อนหัวโตและมีกล้ามเนื้อหนา ท่อนหางค่อนข้างกลมยาว ปลายหางเรียว จะงอยปากยาวและปลายแหลม ปากกว้าง มีฟันเล็กแหลมที่ขากรรไกรบนและล่างตาโตอยู่ใกล้มุมปาก ครีบหลังแยกเป็นสองอันแต่ส่วนของฐานเชื่อมติดกัน ครีบหลังอันหลังสูงและเรียวยาว มีครีบฝอยเรียงแถวทั้งด้านบนและด้านล่างของท่อนหาง ครีบก้นสูงโค้ง ปลายเรียวยาว ครีบหางเว้ารูปวงพระจันทร์ ซีกบนของลำตัวเป็นสีน้ำเงินปนดำ ด้านท้องสีขาวปนเหลือง
ขนาด ความยาวประมาณ 80-120 เซนติเมตร
อาหาร ลูกปลาตัวเล็ก ๆ กุ้งและปลาหมึก
ประโยชน์ ใช้บริโภคโดยตรงและแปรรูปเป็นปลากระป๋อง
ปลาทูแขกหางเหลือง
ปลาทูแขกหางเหลือง
ชื่อสามัญ YELLOW-TAIL ROUND SCAD
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ Decapterus maruadsi (Schlegel)
ถิ่นอาศัย อาศัยในทะเลระดับกลางน้ำ อ่าวไทยและทะเลอันดามัน เช่น ที่จังหวัดจันทบุรี ชลบุรี ประจวบคีรีขันธ์ สงขลา ภูเก็ต ระนอง
ลักษณะ ปลาทูแขกหางเหลืองเป็นปลาที่มีรูปร่างเรียวยาว ลำตัวค่อนข้างกลม หัวยาวเรียว จะงอยปากยาวและแหลม นัยน์ตาโต โคนหางมีเกล็ดเป็นสันแข็ง ครีบหลังมี 2 อัน ห่างออกจากกัน อันแรกเป็นรูปสามเหลี่ยมอันที่สองส่วนหน้ายกสูงขึ้นและลาดเตี้ยลงขนานไปตามแนวลำตัว ก้านครีบฝอยหนึ่งก้านอยู่ครีบหลังและหลังครีบก้นอีกหนึ่งก้าน ครีบท้องอยู่ใกล้กับครีบหูมีขนาดใกล้เคียงกัน ครีบหางเป็นแฉกลึก
สีตามแนวสันหลังเป็นสีฟ้า ท้องสีขาวเงิน ครีบต่างๆ สีเหลือง มีเส้นสีเหลืองทอดตามแนวเส้นข้างตัว ด้านบนของกระพุ้งเหงือกมีจุดสีดำข้างละจุด นัยน์ตาสีเหลือง
ขนาด ความยาวประมาณ 15-20 เซนติเมตร
อาหาร กินลูกปลา สัตว์ไม่มีกระดูกและแพลงค์ตอน
ขนาด ความยาวประมาณ 14-29 เซนติเมตร
ประโยชน์ นำมาแปรรูปเป็นปลากระป๋อง เนื้อใช้ปรุงเป็นอาหาร
ชื่อสามัญ YELLOW-TAIL ROUND SCAD
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ Decapterus maruadsi (Schlegel)
ถิ่นอาศัย อาศัยในทะเลระดับกลางน้ำ อ่าวไทยและทะเลอันดามัน เช่น ที่จังหวัดจันทบุรี ชลบุรี ประจวบคีรีขันธ์ สงขลา ภูเก็ต ระนอง
ลักษณะ ปลาทูแขกหางเหลืองเป็นปลาที่มีรูปร่างเรียวยาว ลำตัวค่อนข้างกลม หัวยาวเรียว จะงอยปากยาวและแหลม นัยน์ตาโต โคนหางมีเกล็ดเป็นสันแข็ง ครีบหลังมี 2 อัน ห่างออกจากกัน อันแรกเป็นรูปสามเหลี่ยมอันที่สองส่วนหน้ายกสูงขึ้นและลาดเตี้ยลงขนานไปตามแนวลำตัว ก้านครีบฝอยหนึ่งก้านอยู่ครีบหลังและหลังครีบก้นอีกหนึ่งก้าน ครีบท้องอยู่ใกล้กับครีบหูมีขนาดใกล้เคียงกัน ครีบหางเป็นแฉกลึก
สีตามแนวสันหลังเป็นสีฟ้า ท้องสีขาวเงิน ครีบต่างๆ สีเหลือง มีเส้นสีเหลืองทอดตามแนวเส้นข้างตัว ด้านบนของกระพุ้งเหงือกมีจุดสีดำข้างละจุด นัยน์ตาสีเหลือง
ขนาด ความยาวประมาณ 15-20 เซนติเมตร
อาหาร กินลูกปลา สัตว์ไม่มีกระดูกและแพลงค์ตอน
ขนาด ความยาวประมาณ 14-29 เซนติเมตร
ประโยชน์ นำมาแปรรูปเป็นปลากระป๋อง เนื้อใช้ปรุงเป็นอาหาร
ปลาทู
ปลาทู
ชื่อสามัญ SHORT-BODIED MACKEREL
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ Rastrelliger brachysoma (Bleeker)
ถิ่นอาศัย ผิวน้ำและกลางน้ำในทะเล พบแพร่กระจายทั่วไปทั้งอ่าวไทยและทะเลอันดามัน
ลักษณะ รูปร่างป้อมแบน หัวโต หน้าแหลม ตาค่อนข้างเล็ก มีเยื่อไขมันอยู่รอบนัยน์ตา ปากกว้างและเฉียงขึ้นเล็กน้อย ขากรรไกรล่างยาวและปลายแหลม เกล็ดเล็กและหลุดง่าย ครีบหลังมี 2 อัน ครีบท้องและครีบหูมีขนาดเล็ก ครีบหางเป็นแฉกลึก ลำตัวด้านบนสีน้ำเงินปนเขียว มีจุดสีดำตามแนวสันหลัง ท้องสีขาวเงินอยู่รวมกันเป็นฝูง วางไข่ในระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม
ขนาด ความยาวประมาณ 15-20 เซนติเมตร
อาหาร กินลูกปลา สัตว์ไม่มีกระดูกและแพลงค์ตอน
ประโยชน์ เป็นปลาเศรษฐกิจที่สำคัญมากชนิดหนึ่ง ประชาชนนิยมบริโภค โดยนำมานึ่ง ตากแห้งทำเค็ม ในอดีตเป็นสินค้าส่งออก ไปยังประเทศข้างเคียงได้เงินปีละมาก ๆ
ชื่อสามัญ SHORT-BODIED MACKEREL
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ Rastrelliger brachysoma (Bleeker)
ถิ่นอาศัย ผิวน้ำและกลางน้ำในทะเล พบแพร่กระจายทั่วไปทั้งอ่าวไทยและทะเลอันดามัน
ลักษณะ รูปร่างป้อมแบน หัวโต หน้าแหลม ตาค่อนข้างเล็ก มีเยื่อไขมันอยู่รอบนัยน์ตา ปากกว้างและเฉียงขึ้นเล็กน้อย ขากรรไกรล่างยาวและปลายแหลม เกล็ดเล็กและหลุดง่าย ครีบหลังมี 2 อัน ครีบท้องและครีบหูมีขนาดเล็ก ครีบหางเป็นแฉกลึก ลำตัวด้านบนสีน้ำเงินปนเขียว มีจุดสีดำตามแนวสันหลัง ท้องสีขาวเงินอยู่รวมกันเป็นฝูง วางไข่ในระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม
ขนาด ความยาวประมาณ 15-20 เซนติเมตร
อาหาร กินลูกปลา สัตว์ไม่มีกระดูกและแพลงค์ตอน
ประโยชน์ เป็นปลาเศรษฐกิจที่สำคัญมากชนิดหนึ่ง ประชาชนนิยมบริโภค โดยนำมานึ่ง ตากแห้งทำเค็ม ในอดีตเป็นสินค้าส่งออก ไปยังประเทศข้างเคียงได้เงินปีละมาก ๆ
วันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2558
ปลาสีกุนข้างเหลือง ปลาข้างลวด ปลากิมซัว
ปลาสีกุนข้างเหลือง ปลาข้างลวด ปลากิมซัว

ชื่อสามัญ YELLOW STRIPE TREVALLY
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ Selaroides leptolepis Bleeker
ถิ่นอาศัย พบทุกระดับน้ำในทะเล มีแพร่กระจายอยู่ในอ่าวไทยและทะเลอันดามัน
ลักษณะ มี่รูปร่างค่อนข้างเรียวยาว คล้ายๆ กับปลาทู แต่ปลาข้างเหลืองจะมีลักษณะเด่นที่แตกต่างจากปลาทูอย่างชัดเจนคือ ลำตัวจะมีแถบสีเหลืองเป็นแนวยาวจากหัวจนถึงโคนหาง ลำตัวแบนมีส่วนโค้งทางด้านหลังและด้านท้องเท่ากัน นัยน์ตาโต ปากเล็ก คอดหางเรียว ครีบหูยาวเรียวปลายแหลม ครีบหลังมี 2 อัน ครีบหลังและครีบก้นยาว เส้นข้างตัวโค้งตามแนวสันหลังและเป็นเส้นตรงบริเวณตอนกลางครีบหลังอันที่สอง และมีจุดดำอยู่เหนือครีบหูตรงขอบแก้มด้านบน ที่คนไทยคุ้นเคยกันดี จนบางครั้งนักดำน้ำมือใหม่ๆ จะนึกว่าเป็นปลาทู เส้นข้างตัวโค้งตามแนวสันหลังและเป็นเส้นตรงบริเวณตอนกลางครีบหลังอันที่สอง และมีจุดดำอยู่เหนือครีบหูตรงขอบแก้มด้านบน ลำตัวแบนมีส่วนโค้งทางด้านหลังและด้านท้องเท่ากัน นัยน์ตาโต ปากเล็ก คอดหางเรียว ครีบหูยาวเรียวปลายแหลม ครีบหลังมี 2 อัน ครีบหลังและครีบหางยาว ความยาวตลอดลำตัวประมาณ 9-16 เซนติเมตร ปลาข้างเหลือง
ขนาด ความยาวประมาณ 9-16 เซนติเมตร
อาหาร พืชและสัตว์ขนาดเล็กที่ล่องลอยในน้ำ
ประโยชน์ ใช้บริโภค

ชื่อสามัญ YELLOW STRIPE TREVALLY
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ Selaroides leptolepis Bleeker
ถิ่นอาศัย พบทุกระดับน้ำในทะเล มีแพร่กระจายอยู่ในอ่าวไทยและทะเลอันดามัน
ลักษณะ มี่รูปร่างค่อนข้างเรียวยาว คล้ายๆ กับปลาทู แต่ปลาข้างเหลืองจะมีลักษณะเด่นที่แตกต่างจากปลาทูอย่างชัดเจนคือ ลำตัวจะมีแถบสีเหลืองเป็นแนวยาวจากหัวจนถึงโคนหาง ลำตัวแบนมีส่วนโค้งทางด้านหลังและด้านท้องเท่ากัน นัยน์ตาโต ปากเล็ก คอดหางเรียว ครีบหูยาวเรียวปลายแหลม ครีบหลังมี 2 อัน ครีบหลังและครีบก้นยาว เส้นข้างตัวโค้งตามแนวสันหลังและเป็นเส้นตรงบริเวณตอนกลางครีบหลังอันที่สอง และมีจุดดำอยู่เหนือครีบหูตรงขอบแก้มด้านบน ที่คนไทยคุ้นเคยกันดี จนบางครั้งนักดำน้ำมือใหม่ๆ จะนึกว่าเป็นปลาทู เส้นข้างตัวโค้งตามแนวสันหลังและเป็นเส้นตรงบริเวณตอนกลางครีบหลังอันที่สอง และมีจุดดำอยู่เหนือครีบหูตรงขอบแก้มด้านบน ลำตัวแบนมีส่วนโค้งทางด้านหลังและด้านท้องเท่ากัน นัยน์ตาโต ปากเล็ก คอดหางเรียว ครีบหูยาวเรียวปลายแหลม ครีบหลังมี 2 อัน ครีบหลังและครีบหางยาว ความยาวตลอดลำตัวประมาณ 9-16 เซนติเมตร ปลาข้างเหลือง
ขนาด ความยาวประมาณ 9-16 เซนติเมตร
อาหาร พืชและสัตว์ขนาดเล็กที่ล่องลอยในน้ำ
ประโยชน์ ใช้บริโภค
ปลาเหลืองโพรง ปลากล้วยเกาะ ปลากล้วยจรวด
ปลาเหลืองโพรง ปลากล้วยเกาะ ปลากล้วยจรวด
ชื่อสามัญ RAINBOW RUNNER
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ Elagatis bipinnulatue (Quoy & Gaimard)
ถิ่นอาศัย พบตามผิวพื้นทะเลบริเวณข้างเกาะและทะเลเปิดทั่วไป
ลักษณะ เป็นปลาผิวน้ำซึ่งมีรูปร่างคล้ายรูปกระสวย มีลำตัวยาวและค่อนข้างกลม หัวเล็ก ปากยาวแหลม นัยน์ตากลมโต ปากกว้างและอยู่ปลายสุด ฟันเล็กละเอียดอยู่บนขากรรไกรทั้งสองข้าง เกล็ด เล็กครีบหลังมีสองอัน อันที่สองยาวใกล้เครียงกับครีบก้น ลักษณะเด่นของปลาชนิดนี้คือ มีครีบฝอยเป็นกระจุกเล็ก ที่ปลายครีบหลังและครีบก้น ครีบหูและครีบท้องมีปลายเรียวแหลม ครีบหางเว้าลึกปลายแยกเป็นแฉก เป็นลักษณะประจำตัวของปลาที่ว่ายน้ำเร็ว พื้นลำตัวด้านบนเป็นสีน้ำเงินอมเขียว ท้องสีขาวเงินข้างลำตัวมีแถบสีน้ำเงินอ่อน 2 แถบ ขนานคู่กับแถบสีเหลือง
ขนาด ความยาวประมาณ 40-60 เซนติเมตร
อาหาร กินสัตว์น้ำขนาดเล็ก
ประโยชน์ นิยมในหมู่นักกีฬาตกปลา เนื้อใช้ปรุงอาหารได้ดี
ชื่อสามัญ RAINBOW RUNNER
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ Elagatis bipinnulatue (Quoy & Gaimard)
ถิ่นอาศัย พบตามผิวพื้นทะเลบริเวณข้างเกาะและทะเลเปิดทั่วไป
ลักษณะ เป็นปลาผิวน้ำซึ่งมีรูปร่างคล้ายรูปกระสวย มีลำตัวยาวและค่อนข้างกลม หัวเล็ก ปากยาวแหลม นัยน์ตากลมโต ปากกว้างและอยู่ปลายสุด ฟันเล็กละเอียดอยู่บนขากรรไกรทั้งสองข้าง เกล็ด เล็กครีบหลังมีสองอัน อันที่สองยาวใกล้เครียงกับครีบก้น ลักษณะเด่นของปลาชนิดนี้คือ มีครีบฝอยเป็นกระจุกเล็ก ที่ปลายครีบหลังและครีบก้น ครีบหูและครีบท้องมีปลายเรียวแหลม ครีบหางเว้าลึกปลายแยกเป็นแฉก เป็นลักษณะประจำตัวของปลาที่ว่ายน้ำเร็ว พื้นลำตัวด้านบนเป็นสีน้ำเงินอมเขียว ท้องสีขาวเงินข้างลำตัวมีแถบสีน้ำเงินอ่อน 2 แถบ ขนานคู่กับแถบสีเหลือง
ขนาด ความยาวประมาณ 40-60 เซนติเมตร
อาหาร กินสัตว์น้ำขนาดเล็ก
ประโยชน์ นิยมในหมู่นักกีฬาตกปลา เนื้อใช้ปรุงอาหารได้ดี
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
















