ความสุข จะมีความหมายแท้จริง เมื่อได้แบ่งปัน ... The simple life-ชีวิตที่เรียบง่าย Adventurous-รักการผจญภัย Brave heart-ใจกล้าหาญ Creative-มีความคิดสร้างสรรค์ ...

วันจันทร์ที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ระบบทุ่นเครื่องหมายทางเรือ Maritime Buoyage System

ระบบทุ่นเครื่องหมายทางเรือ Maritime Buoyage System


ระบบที่ทำให้การเดินเรือมีความปลอดภัยมากขึ้น โดยจะบอกรายละเอียดหลายสิ่งหลายอย่างเช่น บอกร่องน้ำ ร่องน้ำสาขา แนวทางการเดินเรือ เขตอันตราย จุดปลอดภัย และอีกหลายอย่างมากมาย โดยเป็นระบบมาตรฐานที่ใช้กันทั่วโลก

การเดินเรือโดยใช้ระบบทุ่นเครื่องหมายทางเรือ กำหนดมาตรฐานโดย สมาคมประภาคารระหว่างประเทศ (International Association of Lighthouse Authority : IALA)

โดยแบ่งแยกตามภูมิภาคของโลก ออกเป็น 2 ภูมิภาค



  • แบบ ภูมิภาค A (Region A) ส่วนใหญ่ยุโรป ออสเตเรีย นิวซีแลนด์ แอฟริกา อ่าวเปอร์เซีย (ประเทศไทยใช้เครื่องหมายทางเรือแบบ ภูมิภาค Aใช้สีแดงกำกับด้านซ้ายของร่องน้ำ เทคนิคการจำ ใช้วิธีจำแบบ กฏสำหรับเลี่ยงเรือชนกัน <--คลิก (เข้าใจเรื่อง Port กับ Startboard ก่อน)
  • แบบภูมิภาค B (Region B) ส่วนใหญ่ทางแคนนาดา อเมริกา อเมริกาใต้ ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ ใช้สีแดงกำกับด้านขวาของร่องน้ำ (ไม่ต้องจำ!!!! จะได้ไม่สับสน วิธีการจำคือ ให้นึกถึงรถพวงมาลัยซ้าย กับรถพวงมาลัยขวา มันแค่กลับข้างกัน...จำแค่นี้)





การขับเรือผ่านทุ่น หรือเครื่องหมายทางเรือ


เวลาใช้งานก็ชะโงกดูไฟหัวเรือไม่ต้องจำ ไฟที่หัวเรือจะเป็น
  •  สีแดง (ฝั่ง Port) อยู่ทางซ้าย
  • สีเขียว (ฝั่ง Startboard) อยู่ฝั่งขวา
 เวลาขับเรือเข้าหาฝั่ง ให้ขับเดินเรือโดยให้ทุ่นแดงอยู่ข้างเดียวกับฝั่งไฟหัวเรือสีแดง

หลักการจำ ให้เดินเรืออยู่ในร่องน้ำที่สีของทุ่น ตรงกับสีไฟหัวเรือ ในทิศขับเข้าหาฝั่ง ตามรูป

การเดินเรือผ่านทุ่น แบบภูมิภาค A


ระบบเครื่องหมายทางเรือ (Maritime Buoyage System : MBS) แบ่งเป็น

1.ระบบเครื่องหมายทางข้าง (Lateral System) คือ เครื่องหมายที่ติดตั้งทางซ้ายและขวาของเส้นทาง โดยให้สอดคล้องกับทิศทางที่กำหนด

สีประจำตัวคือ สีแดง และ สีเขียว


  •  เครื่องหมายทางด้านกราบซ้าย คือ สีแดง กรณีมีไฟกระพริบ ไฟสีแดง
  • เครื่องหมายทางด้านกราบขวา คือ สีเขียว กรณีมีไฟกระพริบ ไฟสีเขียว


เดินเรือผ่านร่องน้ำ ทุ่นสีแดงอยู่ฝั่งซ้าย ทุ่นสีเขียวอยู่ฝั่งขวา

  • จุดที่ร่องน้ำแยกเป็นสาขา ด้านกราบซ้าย คือ สีเขียวคาด ทุ่นแดงแถบกว้าง แนวนอน 1 แถบ
  • จุดที่ร่องน้ำแยกเป็นสาขา ด้านกราบขวา คือ สีแดงคาด ทุ่นเขียวแถบกว้าง แนวนอน 1 แถบ
เดินเรือผ่านร่องน้ำที่แยกสาขา

ลักษณะเดินเรือ ทิศทางเข้าหาฝั่งทะเล (Away from Open Water) เป็นหลัก  ถ้าในกรณีขับออกไปทะเล (Open Water) สีทุ่นก็จะสลับข้างกัน

สัญลักษณ์และไฟวับ



2.ระบบเครื่องหมายจตุรทิศ (Cardinal Mark) คือ เครื่องหมายบอกทิศที่กำหนดพื้นที่อันตราย โดยใช้ทุ่นจำนวนหนึ่งลูกหรือมากกว่า หรือใช้กระโจมไฟ ติดตั้งในเสี้ยวทิศ เพื่อแจ้งที่หมายสิ่งอันตรายที่สัมพันธ์กับเครื่องหมายนั้น

สีประจำตัวคือ สีเหลือง กับ สีดำ

หลักการจำ สีเหลือง เป็นสีที่ตัดกับสีของน้ำทะเล เป็นสีที่ตรงข้ามกับสีน้ำทะเล จึงมาใช้บอกเป็นจุดที่ไม่ใช่ทะเล หรือจุดอันตราย ส่วนสีดำ คือ สีที่บอกถึงความลึกลับ มองไม่เห็น



เครื่องหมายจตุรทิศ จะมีเครื่องหมายยอด (Top Mark) ที่ติดตั้งบนทุ่น เป็นรูปกรวยคู่ หรือรูปลูกศร วิธีการจำก็ง่ายมากให้นึกถึงเข็มทิศ หรือดูเข็มทิศบนเรือ


ถ้าเข็มหรือ ลูกศรชึ้ขึ้น 2 อัน คือ ทิศเหนือ หมายถึง พื้นที่ทางทิศเหนืออันตราย
ถ้าเข็มหรือ ลูกศรชี้ลง 2 อัน คือ ทิศตะใต้ หมายถึง พื้นที่ทางทิศใต้อันตราย
ถ้าเข็มหรือ ลูกศรชี้ออก 2 อัน คือ ทิศตะวันออก หมายถึง พื้นที่ทางทิศตะวันออกอันตราย
ถ้าเข็มหรือ ลูกศรชี้เข้า 2 อัน คือ ทิศตะวันตก หมายถึง พื้นที่ทางทิศตะวันตกอันตราย

ดูรูปทุ่นพร้อมเครื่องหมายยอดประกอบ ก็เข้าใจ








การใช้แสงไฟบอกทิศของจตุรทิศ

ใช้แสงไฟสีขาวกระพริบในการบอกทิศ จริงๆ แล้วการบอกทิศคือการแบ่งมุมเป็น 360 ส่วนจากหน้าปัดเข็มทิศ แต่ถ้าเราดูที่หน้าปัดนาฬิกา นาฬิกาก็สามารถบอกทิศได้โดย

ถ้ามองแบบนาทีก็แบ่งได้ 60 ส่วน ถ้ามองแบบชั่วโมงก็แบ่งได้ 12 ส่วน หรือถ้ามองแบบทุกๆ 3 ชั่วโมงจะแบ่งได้ 4 ส่วน ซึ่งมันจะตรงกับทิศเหนือ ใต้ ออก ตก พอดี ตามรูป โดย 


  • ทิศเหนือ ตรงกับเลขเลข 12 หรือ 0 
  • ทิศตะวันออก ตรงกับเลข 3
  • ทิศใต้ ตรงกับเลข 6
  • ทิศตะวันตก ตรงกับเลข 9
จึงเอาตัวเลขที่ตรงกับทิศเหล่านี้มาแสดงเป็นรูปแบบไฟกระพริบ
  • จตุรทิศเหนือ (North Mark) ใช้แสงสีขาวไฟวับเร็วมาก หรือไววับเร็ว
  • จตุรทิศตะวันออก (East Mark) ใช้แสงสีขาวไฟวับเร็วมากเป็นหมู่ 3 วับ
  • จตุรทิศใต้ (South Mark) ใช้แสงสีขาวไฟวับเร็วมากเป็นหมู่ 6 วับ
  • จตุรทิศตะวันตก (West Mark) ใช้แสงสีขาวไฟวับเร็วมากเป็นหมู่ 9 วับ


    3.ระบบเครื่องหมายสิ่งอันตรายโดดเดี่ยว (Isolated Danger Marks) ใช้ติดตั้งอยู่บน หรือบริเวณใกล้เคียงสิ่งที่เป็นอันตรายนั้น เครื่องหมายสิ่งอันตรายโดดเดี่ยว ทาด้วยสีดำคาดด้วยแถบคาดสีแดง 1 แถบหรือมากกว่าแนวนอน เครื่องหมายยอดเป็นลูกทรงกลมสีดำ 2 ลูก ใช้ไฟวับหมู่สีขาว 2 วับ

    สีประจำตัวคือ สีดำและสีแดง 

    หลักการจำ คือ สีดำเป็นสีที่แสดงถึงความลึกลับ สิ่งที่มองไม่เห็น แถมมีเครื่องหมายยอด (Top Mark) ทรงกลมสีดำตั้ง 2 อัน มันก็จะเป็นดับเบิ้ลลึกลับ ดับเบิ้ลมองไม่เห็น ซึ่งก็คือ จุดนั้นมีสิ่งอันตรายมากอยู่ตรงนั้น


    สัญลักษณ์และไฟวับ



    4.ระบบเครื่องหมายแสดงที่ปลอดภัย (Safe Water Marks)บอกให้ทราบว่าเดินเรือผ่านบริเวณนั้นได้โดยรอบ เครื่องหมายยอดเป็นทรงกลมสีแดง ทาด้วยสีแดงคาดขาวแนวตั้ง ใช้ไฟวับยาว 1 วับ ตัวอย่างเช่น
    • เส้นทางเดินเรือปากร่องน้ำ  (Fairway)
    • เส้นทางเดินเรือกลางร่องน้ำ (Mid-Channel)
    • เส้นทางเดินเรือเข้าฝั่ง (Landfall)
    สีประจำตัวคือ สีแดง และ สีขาว

    หลักการจำ คือ สีขาว เป็นสีที่แสดงความสะอาด บริสุทธิ์ ปลอดภัย สิ่งที่มองเห็น จึงเป็นทุ่นที่แสดงจุดปลอดภัย

    แล้วทำไมต้องมีเครื่องหมายแสดงจุดปลอดภัยด้วย ... ก็เพราะเวลาเดินเรือบริเวณร่องน้ำอาจต้องวิ่งตามทุ่นที่แสดงเครื่องหมายแสดงที่ปลอดภัย


    สัญลักษณ์ และไฟวับ


    5.ระบบเครื่องหมายพิเศษ (Special Marks) เป็นเครื่องหมายพิเศษใช้แสดงพื้นที่พิเศษอื่นๆ เครื่องหมายพิเศษทาสีเหลือง เครื่องหมายยอดเป็นรูปกากบาท (X) รูปร่างทุ่นทรงกระบอก เช่น

    สีประจำตัว คือ สีเหลือง ถ้ามีไฟกระพริบจะสีเหลือง

    หลักการจำ สีเหลือง เป็นสีที่ตัดกับสีของน้ำทะเล เป็นสีที่ตรงข้ามกับสีน้ำทะเล จึงมาใช้บอกเป็นจุดที่ไม่ใช่ทะเล หรือจุดอันตราย
    • แสดงทุ่นสมุทรศาสตร์
    • เครื่องหมายแบ่งแนวการจราจร
    • เครื่องหมายแสดงเขตพื้นที่ฝึกทหาร
    • แสดงแนวสายเคเบิ้ลใต้น้ำ
    • แสดงเขตพื้นที่สันทนาการ
    • แสดงพื้นที่ทอดสมอ
    • แสดงที่ตั้งสิ่งก่อสร้างในทะเล
    • แสดงพื้นที่เพาะพันธุ์สัตว์น้ำ




    สัญลักษณ์และไฟวับ



    6.ระบบเครื่องหมายแสดงสิ่งอันตรายใหม่ (New Dangers) คือ ที่ไม่ปลอดภัยซึ่งค้นพบใหม่ซึ่งยังไม่ปรากฏในบรรสารการเดินเรือ ยังหมายถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เช่น สันทราย กองหิน หรือ สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น เช่น ซากเรืออับปราง ตัวทุ่นทาสีฟ้าสลับเหลืองตามแนวตั้งในจำนวนที่เท่ากัน เครื่องหมายยอดเป็นเครื่องหมายบวก "+" ทาสีเหลือง ใช้ไฟสีฟ้าสลับกับสีเหลือง แสดงให้เห็นโดยการ

    • วางเครื่องหมายแสดงสิ่งอันตรายใหม่ที่เหมาะสม เช่น เครื่องหมายทางข้าง เครื่องหมายจตุรทิศ และเครื่องหมายสิ่งอันตรายโดดเดี่ยว
    • ใช้ทุ่นเรืออับปางฉุกเฉิน (Emergency Wreck Marking Buoy : EWMB)

    สีประจำตัว สีเหลือง กับสีฟ้า แนวตั้ง จังหวะไฟสีฟ้า สีเหลือง 1 วินาที คาบมืด 0.5 วินาที สีฟ้า 1 วินาที

    หลักการจำ สีฟ้า คือสีของน้ำทะเล พอตัดกับสีเหลือง ซึ่งเป็นสีบอกจุดอันตราย เลยหมายถึงจุดอันตรายใหม่นั่นเอง



    เครื่องหมายสิ่งอันตรายใหม่ หรืออาจใช้เป็นทุ่นเรือจมฉุกเฉิน Emergency Wreck Bouy สัญลักษณ์และไฟวับ


    7.เครื่องหมายทางเรืออื่นๆ

    • ไฟเสี้ยว (Sector Light) จะแสดงสี และ/หรือ จังหวะสัญญาณไฟต่างๆ ในเสี้ยวที่กำหนดไว้ โดยสีของไฟบอกข้อมูลทิศทางหรือบอกร่องน้ำ ให้กับชาวเรือ
    • แนวนำ (Leading Lines หรือ Range) ช่วยในการนำเรือไปตามเส้นทางตรงอย่างถูกต้องแม่นยำ โดยการใช้การวาง ตัวของแนวไฟ หรือแนวเครื่องหมาย บางกรณีอาจใช้ไฟบังคับทิศ (Directional Light) เพียงดวงเดียว


    ลักษณะไฟของเครื่องหมายทางเรือ

    ไฟนิ่ง คือ ไฟซึ่งนิ่งต่อเนื่องกันอย่างคงที่



    ไฟวาบ คือ ไฟซึ่งระยะเวลาสว่างในแต่ละคาบยาวกว่าระยะเวลามืดช่วงเวลามืดในแต่ละคาบจะเท่ากันไฟ




    วาบเดี่ยว หรือ ไฟคาบเท่า คือ ไฟวาบซึ่งมีช่วงสว่างและช่วงมืดเกิดสลับกันไฟ



    วาบหมู่ คือ คล้ายกับไฟวาบเดี่ยว แต่ใน 1 คาบ กลุ่มของช่วงมืดจะปรากฏซ้ำๆ กัน ตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไป



    ไฟวับ คือ ไฟซึ่งมีความยาวนานของไฟใน 1 คาบสั้นกว่าความยาวนานของช่วงมืด เวลาที่ใช้ในแต่ละวับเท่ากัน



    ไฟวับเดี่ยว คือ ไฟวับซึ่งเกิดซ้ำกันในอัตราไม่เกิน 50 วับ/นาทีไฟวับหมู่ - ไฟวับติดๆ กันเป็นกลุ่มสลับกับช่วงมืด มีความยาวคงที่ในการเกิดแต่ละคาบ

    ไฟวับหมู่  คือ ไฟวับติดๆ กันเป็นกลุ่มสลับกับช่วงมืด มีความยาวคงที่ในการเกิดแต่ละคาบ


    ไฟวับเร็ว คือไฟวับเหมือนไฟวับเดี่ยวแต่จะที่ติดดับซ้ำกันเร็วๆกว่า


    ไฟสลับ คือ ไฟที่ติดสลับกัน 2 สี อย่างเช่น ทุ่นสิ่งอันตรายโดดเดี่ยว หรือทุ่นแสดงสิ่งอันตรายใหม่



    ไฟรหัสมอร์ส คือ ไฟที่ส่งข้อมูลรหัสมอร์ส หรือรหัสตัวอักษร



    เอกสารอ้างอิง : ระบบทุ่นเครื่่องหมายทางเรือ กรมอุทกศาสตร์กองทัพเรือ ประเทศไทย
                          International Association of Lighthouse Authority : IALA

    วันพุธที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2559

    Sea man calendar 2016 / ปฏิทินข้างขึ้นข้างแรมชาวเล 2559

    Sea man calendar 2016 / ปฏิทินข้างขึ้นข้างแรมชาวเล 2559

    เป็นปฏิทินที่บอกข้างขึ้น ข้างแรม เหมาะสำหรับประมงชายฝั่ง นักตกปลา การดูข้างขึ้น ข้างแรม ก็คือการดูดิถีดวงจันทร์ ในแบบชาวเลประมงพื้นบ้านอย่างหนึ่ง ซึ่งช่วยให้ทราบกระแสน้ำไหล และกระแสน้ำขึ้นน้ำลง

    • บอกวันหยุด และวันสำคัญ
    • วันทางศาสนา จะกำหนดตามดิถีดวงจันทร์
    • ใช้ตรวจสอบเทียบค่ากับดิถีดวงจันทร์ เพื่อการคาดการณ์ระดับน้ำ



    คลิกที่รูปเพื่อดูปฏิทิน

    คลิกที่รูปเบาๆ แตะตรงไหนก็ได้ เพื่อดูปฏิทิน

    วันจันทร์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2559

    Live in Ko Tachai Thailand 2016

    Live in Ko Tachai Thailand 2016 / ใช้ชีวิตบนเกาะตาชัย ประเทศไทย 2016


    การเดินทางครั้งนี้ ได้ค้นพบ มิตรภาพสุดขอบฟ้า น้ำใจ การแบ่งปัน การเฉลี่ยทุกข์-เฉลี่ยสุข ความเป็นชาวเรือ การเสียสละ การทำสิ่งที่ไม่หวังผลตอบแทน และหลายสิ่งมากมาย จนคิดว่าจะต้องให้คำจำกัดความของสิ่งที่ผมพบเจอเหล่านี้ ซึ่งผมเรียกมันทั้งหมดนี้ว่า "หัวใจสมุทร"



    หรือที่

    Youtube : https://goo.gl/cVNp6s
                   : https://goo.gl/DN6XLS

    ทริปนี้เอาเรือลงที่ : http://goo.gl/vzV7aw

    ผมได้สำรวจเส้นทางไป ท่าเรือคุระบุรี 2 เส้นทาง


    เส้นทางแรก คือ แยกจากชุมพร ผ่านระนอง เส้นทางนี้มีการทำถนนเป็นช่วงๆ ถนนบนเขาจะชันกว่าอีกเส้นทาง สอบถามชาวบ้านแถวนี้ บอกรับประทานฝุ่นมา 2 ปีกว่าแล้ว มาเส้นนี้ไม่ต้องล้างรถ ล้างเรือมานะครับ เพราะระนองฝนตกบ่อย ถนนทำเกือบตลอดเส้นทาง ดูเปอร์เซ็นต์งานถนนคงอีก 2 ปีจึงน่าจะเสร็จ



    เส้นทางที่ 2 ชุมพร หลังสวน พะโต๊ะ เส้นทางนี้ผ่านภูเขาน้อยกว่า เขาชันน้อยกว่าและถนนดีตลอดเส้นทาง เส้นนี้เหมาะลากเรือมากกว่า

    ผมแนะนำเส้นทางนี้ อย่างน้อยก็ไช้ได้ดีอีก 2 ปี จนกว่าเส้นทางระนองเสร็จ การทำถนนบนภูเขาไม่ได้ทำง่ายๆ เหมือนบนพื้นราบ


                        
    พยากรณ์อากาศประจำวันที่ 30 ธันวาคม 2558

    ลักษณะอากาศทั่วไป บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนได้แผ่ลง มาปกคลุมถึงภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยแล้ว และจะแผ่เข้าปกคลุมบริเวณประเทศไทยตอนบนต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 3 มกราคม 2559

    ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศหนาวเย็นลง กับมีลมแรง โดยในระยะนี้อุณหภูมิจะลดลง 4-6 องศาเซลเซียส สำหรับยอดดอยสูงในภาคเหนือจะมีน้ำค้างแข็งเกิดขึ้นบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากอากาศที่เปลี่ยนแปลง สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทย และภาคใต้ มีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้บริเวณอ่าวไทยจะมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณดังกล่าวควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 30 ธันวาคม 2558 - 3 มกราคม 2559 ไว้ด้วย

    ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่
    อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส
    อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส
    ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-35 กม./ชม.
    ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

    นี่คือคำพยากรณ์จากอุตุนิยมวิทยา

    เขียนไว้กว้างมาก สรุปประเด็นส่วนใหญ่ จะเป็น "คลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 2 เมตร เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง"

    น้าพงศธร ถาม "สู้ปล่าว น้าตุ้ม" 


      
    สำหรับนักเล่นเรือ คำพยากรณ์แบบนี้เป็นได้แค่ไกด์ลายเท่านั้น ผมเลยได้ทดสอบแบบจำลองการทำนายคลื่นลมในทะเล ที่ได้รวบรวมไว้
                    
    คลิกที่รูปเพื่อเช็คสภาพอากาศเพื่อการเดินเรือ

    การเดินเรือในจุดที่ต้องการ เราต้องการการผลการคาดการณ์แบบระบุพิกัด ละติจูด ลองจิจูด ไปเลย

    ผมเลยชี้ไปที่พิกัดแถวๆ เกาะตาชัย
    ผลการพยากรณ์จาก super computer

    วันที่ 1/1/2559 คลื่นแรงสุด 0.64 m
    วันที่ 2/1/2559 คลื่นแรงสุด 0.50 m
    วันที่ 3/1/2559 คลื่นแรงสุด 0.40 m

    ลมจะแรงตอนกลางคืน เช็คได้เกือบ 50 km/h
    กลางวันความเร็วลมประมาณ 20km/h มีวันสุดท้ายที่ลมเบาสุด ประมาณสิบกว่ากิโลเมตรต่อชั่วโมง

    เราไม่ได้ไปแบบวัดดวง แต่ไปบนพื้นฐานการคาดการณ์จากข้อมูลคอมพิวเตอร์ โดยมีระยะทาง 1800 กิโลเมตรเป็นตัวประกัน 



    หัวใจสมุทรภาค 1

    ตรงบริเวณแร็มป์ ใกล้ๆ จะมีท่าเรือกรีนวิว 



    น้าพงศธรไปถามที่ ฝากรถกับเทรลเลอร์ เจ้าของท่าเรือก็ให้พวกเรามาจอดฟรี มีรั้วรอบขอบชิด โดยที่เขาจะคิดเงินกับเราเขาก็คิดได้ แต่เขาไม่คิดและเขาก็ไม่รู้จักเรามาก่อนด้วย เพียงแต่มีความเป็นคนชอบเล่นเรือ ชอบตกปลาเหมือนกัน รวมทั้งสามารถอาบน้ำที่นี่ได้ ที่นี่จะมีห้องอาบน้ำ เวลาจะไปจอดให้ไปขออนุญาติบอกเขานิดนึงก่อน ถ้าไม่เจอป๋า (ลูกน้องเขาเรียกแบบนี้) ก็ให้บอกเจ้าหน้าที่ตรงเคาเตอร์ก็ได้ พยายามจอดหลบๆ ในๆ ไม่ให้กีดขวางพื้นที่เขาด้วยนะครับ

    ผมใด้ทำพิกัดจุดจอดรถกับเทรลเลอร์ที่กรีนวิวใน map ramp ของคุระบุรีไว้ ก็จอดตามนั้นครับ

    เวลาใครไปลงแร็มป์คุระบุรี ก็ซื้อของติดไม้ติดมือฝากป๋าหน่อยนะครับ เป็นน้ำใจชาวเรือ

    นี่แหละ "หัวใจสมุทร" ที่ผมพบเจอ คือ การมีน้ำใจ การให้และแบ่งปันกับคนที่ไม่รู้จัก และก็ไม่หวังผลตอบแทน

    ป๋าได้ใจผมมาก...


    หัวใจสมุทรภาค 2

    เหรียญมีสองด้านเสมอ ...

    พอเอาเรือลงเสร็จ ลองวิ่งดู มันแปลกๆ มันเบาดับ ... ซึ่งก็ทดสอบมาจากที่บ้านแล้ว รอบเครื่องเดินนิ่งเรียบ ก็ลองวิ่งเรือทดสอบดูสักพัก อาการก็แย่ลงไปอีก รอบสูงได้แต่อึดๆ รอบต่ำเบาดับ รู้สึกจะมีคนแถวท่าเรือบอก ที่ท่าเรือกรีนวิว มีช่างซ่อมเครื่อง เลยให้น้าเอี้ยงไปตามดู

    ผลปรากฏว่าปั้มเอซีรั่ว ปั้มเอซีก็คือปั้มไว้ปั้มน้ำมันเบนซินเข้าเครื่อง มันเป็นแผ่นพลาสติกบางๆ ไว้สำหรับกระพือตามรอบเครื่อง โดยใช้ลมจากการทำงานของเครื่องมากระพือแผ่นไดอะแฟรมตัวนี้ และน้ำมันจะไหลได้ทางเดียว ไหลกลับไม่ได้

    วิธีทดสอบปั้มรั่วหรือเปล่าคือ เอาปากเป่าช่องน้ำมันเข้าจะเป่าได้ แต่ช่องน้ำมันออกจะเป่าลมไม่ออก

    แววออกแล้วว่าจะไปเกาะตาชัยไม่ได้ ...



    น้าหนุ่มช่างซ่อมเครื่องที่กรีนวิว ก็พยายามหาอะไหล่ให้แต่ก็ไม่มี ไม่รู้น้าเขาคิดอย่างไร สั่งให้ลูกน้องไปหาปั้ม AC ทั้งลูกมาให้เลย เนื่องจากปั้ม AC ของ Yamaha จะใช้แบบเดียวกันตั้งแต่ 40-50-60-70-80-90 HP อันเดียวกัน เขาบอกให้ยืมไปใช้ก่อน กลับมาค่อยถอดมาคืน โดยไม่ยอมคิดค่าใช้จ่ายใดๆ

    ผมก็ได้รับการช่วยเหลือ และได้รับน้ำใจจากคนที่ไม่รู้จักมาก่อนอีกแล้วครับ คนใต้นี่ใจใหญนะครับ นี่แหละครับ "หัวใจสมุทร" ภาค 2


    พอเปลี่ยนเสร็จลองวิ่งดู หมดน้ำมันไป 20 ลิดร ก็วิ่งดีเป็นปรกติ



    หัวใจสมุทรภาค 3

    ขับมาได้สักประมาณ 50 โล เหลืออีกประมาณ 10 โล ผมบอกให้น้าเอี้ยงเดินเบาเครื่องรอน้าพงศธร เพราะเรือห่างกันมาก 




    รอสักพัก น้าพงศธรก็ตามทันแล้วแซงไป ตอนเดินเบาก็ปรกตินะ แล้วก็เร่งเครื่อง ...
    แต่เครื่องวอด ไม่มีแรง หลังจากนั้นอาการเบาดับก็ตามมาหลอกหลอนอีก

    ตอนนี้แหละเริ่มสับสนแล้วว่า เอ... หรือว่าผ้าปั้มจะแตกอีกตัว ปั้มเอซีของเดิมเบาดับ แต่ยังวิ่งรอบสูงได้อืดๆหน่อย แต่ตอนนี้รอบสูงไม่มีแรง รอบต่ำก็ดับ อาการใหม่เพิ่มก็เลยจัดการสลับปั้มเอซีเป็นลูกเดิมอีกที อาการก็เหมือนเดิม

    สงสัยเราซื้อตั๋วเที่ยวเดียวไปมหาสมุทรอินเดียแล้วหละ ... 




    น้าเอี้ยงถามถ้ามาลำเดียวทำอย่างไงดี
    ผมก็บอกไปว่า อาหารบนเรืออยู่ได้ 7 วัน กินประหยัดอยู่ได้ 15 วัน น้ำเปล่าบนเรืออยู่ได้ 30 วัน กินประหยัดอยู่ได้ 60 วัน ลมจะพัดไปทางเกาะตาชัย มอเตอร์ไกด์วิ่งได้ 3-4 ชั่วโมง ไม่สามารถวิ่งถึงเกาะได้ แต่สามารถใช้รักษาเส้นทางให้อยู่ในแนวเดินเรือที่ตามลมพัดได้ ถึงเครื่อง 80 แรงหมูเสีย เรายังมีเครื่องยนต์อีก 2 ตัวคือเครื่องยนต์ 2 แรงคน อยากถึงไวก็ต้องลงไปช่วยมอเตอร์ไกด์ เหนื่อยก็หยุด

    ผมก็ไล่เช็คพวกระบบน้ำมัน เช็คสายน้ำมัน เช็คกรองน้ำมัน ลองสลับใช้ถังสำรอง อาการยังไม่ดีขึ้น
    สักพักพระเอกขี่ม้าขาววนกลับมา ... เลยลากไปเกาะตาชัยก่อนเพราะใกล้ถึง มองเห็นเกาะอยู่ข้างหน้าแล้ว 


    ในที่สุดก็ถึงสักที เกาะตาชัย ... เย้


    ถึงตอนนี้ผมกับน้าพงศธร ก็จะแยกกันแล้วครับ
    แยกกันตอนบ่าย น้าพงศธรจองที่พักบนฝั่งไว้ ส่วนผมก็คงพยายามหาวิธีซ่อมเครื่องก่อน 


    ด้านหน้าเกาะส่วนที่เป็นหาดจะมีคลื่นเซิร์ฟเป็นช่วงๆ แล้วแต่เวลา พี่เอเจ้าหน้าที่อุทยานจึงแนะนำให้เอาเรือไปจอดหลังเกาะหลบคลื่นดีกว่า แล้วค่อยถอดอะไหล่ที่เป็นปัญหามาซ่อม




    มาถึงเกาะก็ยังสงสัยว่ามันเป็นอะไร ยังหาสาเหตุยังไม่เจอนะครับ (บางคนอาจรู้แล้วก็ได้เป็นอะไร)
    เพราะมันวิ่งมาแบบเทพ แล้วอยู่ดีๆ ก็เป็นหงอยไปเลย




    พี่อู๊ด คือ หัวหน้าอุทยานที่ควบคุมดูแลเกาะตาชัย

    หรือในทางตำแหน่ง ผู้ช่วยอุทยานหมู่เกาะสิมิลัน เนื่องจากเกาะตาชัยเป็นเกาะหนึ่งที่ในหมู่เกาะสิมิลัน หัวหน้าใหญ่อุทยานจึงอยู่ที่สิมิลัน

    แต่ที่เกาะตาชัย พี่อู๊ดนี่แหละ คือ หัวหน้าอุทยานของเกาะตาชัย เป็นรองแค่คนเดียว

    พี่อู๊ดบอกว่า ที่เกาะตาชัย "ไม่อนุญาติให้ใครมาพัก ต่อให้จะร่ำรวยมีเงินมากแค่ไหนก็พักไม่ได้ คุณโชคดีมากที่ได้พักที่นี่"

    ก็เมื่อชั่วโมงที่่แล้วผมยังรู้สึกว่า ยังซวยอยู่เลย เจ้าปั้มเอซีก็เสียซ้ำซาก เอ... หรือผมจะโชคดีจริงๆ สับสนๆ

    สาเหตุที่ไม่ไห้มาพักที่นี่ เพราะทรายมันนุ่ม (อันนี้ความคิดผมเขียนเอง ... อิอิ)

    และพี่อู๊ดก็ชวนนั่งดื่ม และทานต้มยำปลาหมึกสูตรชาวเกาะกับพี่อูีดด้วย สุดยอดมาก ... อาย่อยหมึกสดๆ



    ที่เกาะตาชัยสัญญาญมือถือใช้ไม่ได้ แต่ที่เกาะมี WiFi 24 ชั่วโมง


    ไม่มีใครมีรูปหาดบนเกาะตาชัย เท่ห์ๆ ตอนพระอาทิตย์ขึ้นแบบผม เพราะเรือทัวร์ มาถึงก็เกือบเที่ยง ... 555



    รูปพระอาทิตย์ขึ้น เกาะตาชัยที่ไม่มีใน Pantip


    ไม่รู้มีใครรู้จักเกาะคอเขาบ้าง?

    ผมเองก็พึ่งรู้จากน้าพงศธรนี่แหละ น้าพงศธรนี่หาที่พักได้สลับซับซ้อนมาก ขับรถไปอีก 80 โล เกาะคอเขาอยู่ตรงใกล้ๆ ฝั่ง ต้องขับรถออกจากท่าเรือคุระบุรีไปอีก 




    แต่ถ้าบอกท่าเรือบ้านน้ำเค็ม ... ทุกคนก็จะอ๋อ (เพราะได้ข่าวจากสึนามิ สมันนั้นเกิดสึนามิตอนสิ้นปีพอดี) มันเป็นเกาะอยู่ใกล้ๆ ท่าเรือบ้านน้ำเค็ม ตรงนี้ก็มีท่าเรือแบบคุระบุรี ส่วนใหญ่ถ้ามารถจะมากันแค่คุระบุรี ส่วนคนที่มาท่าเรือบ้านน้ำเค็มส่วนใหญ่จะนั่งเครื่องบินมา จริงๆ ผมเกรงใจน้าพงศธรมาก ครอบครัวน้าพงศธร ก็อยู่ที่เกาะคอเขา เพราะน้าเค้าอยู่ห่างผม 54 กิโลเมตร บอกน้าพงศธรว่าไม่ต้องมาก็ได้ เพราะผมกลับกับเรือนักดำน้ำได้ แต่น้าพงศธรก็ยังยื่นยันจะขับเรือมาเกาะตาชัยคนเดียว 

    พอน้าพงศธรมาถึงตาชัย ผมก็นึกว่าจะมารับ ... ปรากฏว่าไม่ใช่ ไม่กลับ น้าพงศธรบอกไปหมู่เกาะสุรินทร์กันดีกว่า บอกไปขับเรือเล่น ไปก็ไป แบบงงๆ ส่วนเรือผมก็ทิ้งไว้ตาชัยเหมือนเดิม พี่เอดูแลให้อย่างดี พี่เอเวลาขับเรือออกตรวจ เค้าจะไปดูเช็คเชือกที่ผูกเรือกับทุ่นให้ด้วยทุกครั้ง

    ก็ร่ำลาพี่อู๊ด กับพี่เอ 






    และผมก็ได้พบกับมิตรภาพสุดขอบฟ้า การแบ่งปัน การทำสิ่งที่ไม่หวังผลตอบแทน การช่วยเหลือกัน จากพี่อู๊ด และพี่เอ นี่เป็นหัวใจสมุทร ภาค 3 


    หัวใจสมุทร ภาค 4


    อยู่รีสอร์ทสบายๆ ไม่ชอบ ชอบมาลำบากด้วยกัน ... คืนนี้ไปนอนหมู่เกาะสุรินทร์



    น้าพงศธร เป็นเพื่อนเล่นเรือผมที่ไม่กลัวคลื่นลม จะคลื่นใหญ่คลื่นเล็ก คนอื่นเวลาได้ข่าวคลื่นลม จะถอดใจตั้งแต่ยังไม่ออกเรือ แต่น้าพงศธรบอกสนุกดี ได้ลองเรือ ขนาดเรือวิ่งลมแรงขนาดพัดธงเอียงเลย 







    งานเลี้ยงย่อมมีวันวันเลิกลา

    ต้องขอบคุณน้าพงศธร ที่ไม่ชอบสบายอยู่รีสอร์ทหรู มาผจญภัยในทะเลด้วยกัน มาร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน รวมทั้งน้าเอี้ยงด้วย ช่วยกันขับเรือ 11 ชั่วโมง ทรหด อดทนจริงๆ

    ขอบคุณมิตรภาพสุดขอบฟ้า น้ำใจ การแบ่งปัน การเฉลี่ยทุกข์-เฉลี่ยสุข ความเป็นชาวเรือ การเสียสละ การทำสิ่งที่ไม่หวังผลตอบแทน และหลายสิ่งมากมาย และนี่เป็น "หัวใจสมุทร ภาค4"

    ทริปนี้เป็นทริปที่อิ่มเอม หัวใจสมุทรเต็มทั้ง 4 ห้อง

    นี่ถ้าเรือไม่เสีย ยังไม่รู้นะนี่ ว่ามีเพื่อนแท้...


    แล้วพบกันใหม่ เมื่อร่างกายต้องการทะเล ...

    รวมรูปทริป

    ข้อมูลเพิ่มเติม :  http://www.weekendhobby.com/board/boat/question.asp?page=1&id=27918
    (ขอบคุณพื้นที่ดีๆ weekendhobby)