ความสุข จะมีความหมายแท้จริง เมื่อได้แบ่งปัน ... The simple life-ชีวิตที่เรียบง่าย Adventurous-รักการผจญภัย Brave heart-ใจกล้าหาญ Creative-มีความคิดสร้างสรรค์ ...
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เรื่องเรือใบ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เรื่องเรือใบ แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2560

คลับลุงชัช

คลับลุงชัช
Club Loonchat

คลับ Windserfing , Kiteserfing และ Sailing ก่อตั้งมาตั้งแต่ 1985 เหมาะสำหรับคนที่ชอบกีฬาทางน้ำ บริการอาหาร เครื่องดื่ม และที่เก็บอุปกรณ์






อัตราค่าสมาชิก
  • สมาชิกแบบ WindSerfing แบบรายปี 9,500 แบบรายเดือน 850 และแบบรายวัน 100 บาท/คน
  • สมาชิกแบบ KiteSerfing  แบบรายปี 6,500 แบบรายเดือน 600 และแบบรายวัน 100 บาท/คน
  • สมาชิกแบบ Sailboat แบบรายปี 10,000 แบบรายเดือน 1,000 บาท






ข้อมูลอ้างอิง : Clubloonchat

วันพฤหัสบดีที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2560

สโมสรเรือใบหัวหิน

สโมสรเรือใบหัวหิน
Sailing Club Hua Hin






อัตราค่าสมาชิก
  • สมาชิกแบบครอบครัว ส่วนลด 10% ค่าเช่าเรือ ค่าเรียน ค่าอาหารและเครื่องดื่ม 15,000 บาท/ปี
  • สมาชิกแบบบุคคล ส่วนลด 10% ค่าเช่าเรือ ค่าเรียน ค่าอาหารและเครื่องดื่ม 12,000 บาท/ปี
  • สมาชิกครอบครัวรายเดือน ได้รับประโยชน์จากการเช่าเรือ และค่าเรียน 1,500 บาท/เดือน 
  • สมาชิกบุคคลรายเดือน ได้รับประโยชน์จากการเช่าเรือ และค่าเรียน 1,200 บาท/เดือน






เอกสารอ้างอิง : Sailing Club Hua Hin

สโมสรเรือใบฐานทัพเรือสัตหีบ

สโมสรเรือใบฐานทัพเรือสัตหีบ
Sattahip Naval Sailing Club




สโมสรเรือใบกองเรือยุทธการ

สโมสรเรือใบกองเรือยุทธการ
RTN Sailing Club







มีการเปิดสอนการแล่นใบเป็นช่วงๆ
ค่าสมัครของโครงการแล่นใบ กองเรือยุทธการ
1.ลูกข้าราชการ กร. 700 บ.
2.ลูกข้าราชการ ทร. 1,200 บ.
3.บุลคลภายนอก 3,000 บ.

หมายเหตุ การรับสมัครจะพิจารณาจากครอบครัวข้าราชการของกองเรือยุทธการเป็นอันดับแรก ต่อจากนั้นเป็นครอบครัวข้าราชการนอกกองเรือยุทธการสังกัดกองทัพเรือ และบุคคลภายนอกเป็นอันดับต่อไป การรับสมัครรับจำกัดจำนวน

รายละเอียดอ้างอิง : สโมสรเรือใบกองเรือยุทธการ

สโมสรเรือใบราชวรุณ

สโมสรเรือใบราชวรุณ
Royal Varuna Yacht Club

สมาคมสโมสรเรือใบราชวรุณ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นสโมสรเรือใบแห่งแรก ของประเทศไทย เริ่มก่อตั้งเมื่อ พ.ศ.2500 เป็นคลับระดับ Premier มีค่าสมาชิกแรกเข้า 50,000 บาท และค่าสมาชิกรายเดือนๆละ 2,300 บาท มีที่พัก ร้านอาหาร และบริการสอนแล่นใบ








ข้อมูลอ้างอิง : Royal Varuna Yacht Club

ศูนย์กีฬาทางน้ำบึงหนองบอน

ศูนย์กีฬาทางน้ำบึงหนองบอน
Nongbon Water Sports Center

สำหรับคนที่สนใจเรือใบและวินเซิร์ฟ เสียค่าสมาชิกปีละ 40 บาท มีบริการสอนฟรี และบริการเครื่องเล่นทางน้ำฟรี










ข้อมูลอ้างอิง : ศูนย์กีฬาทางน้ำบึงหนองบอน

วันอาทิตย์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2559

การแล่นใบด้วยลม (Sailing with the Wind)

การแล่นใบด้วยลม (Sailing with the Wind)

การแล่นใบด้วยลม สิ่งที่ต้องรู้ก่อนคือ ลมมาทางทิศไหน พอรู้ทิศทางลมแล้ว ถ้าเรามีเครื่องวัดความเร็วลม เราจะประมาณความเร็วของเรือที่จะสามารถวิ่งได้ว่า จะวิ่งได้ความเร็วประมาณเท่าใด

ก่อนอื่นต้องเข้าใจเรื่อง Port กับ Starboard ก่อน :  กฏการหลีกเลี่ยงเรือชนกัน


เข้าใจคำศัพท์ในการแล่นใบ

Starboard Tack : เรือกำลังแล่นอยู่ โดยลมเข้ามาทางกราบขวา

Port Tack : เรือแล่นโดยมีลมพัดเข้ามาทางด้านกราบซ้าย


Close Hauled  : การแล่นใบทวนลม โดยใบทำมุมใกล้กับทิศทางที่ลมพัดมามากที่สุด , ลมที่พัดค่อนไปทางหัวเรือ

Close Reach : การแล่นใบทวนลม

Beam Reach : การแล่นใบที่ตั้งฉากกับลม , ลมพัดเข้ากราบเรือ

Broad Reach : การแล่นใบ ด้วยลมที่พัดเข้ามากระทำกับเรือบริเวณกลางลำเรือ

Running :  การแล่นใบด้วยลมที่พัดกระทำทางด้านท้ายเรือ พร้อมกับการปล่อยใบออกรับลม


จะสังเกตุว่าในมุมสวนลมตรง จะเป็นมุมที่เรือใบจะไม่สามารถเดินเรือได้ เพราะเป็นมุมที่ไม่สามารถแปลงแรงลมให้เดินหน้าได้



การเปิดใบสำหรับการแล่นเรือในทิศต่างๆ ตามลม



 การแล่นใบและเปิดในตำแหน่งต่างๆ

ตำแหน่ง Close Hauled จะเปิดใบทำมุมใกล้เคียงกับทิศที่ลมพัดมากที่สุด

ตำแหน่ง Close Reaching จะเปิดใบประมาณ 1 ใน 4

ตำแหน่ง Beam Reaching จะเปิดใบประมาณครึ่งนึง

ตำแหน่ง Broad Reaching จะเปิดใบประมาณ 3 ใน 4

และตำแหน่ง Running จะเปิดใบเต็ม 100%



การแล่นใบมีด้วยกัน 3 วิธี คือ

1. แล่นใบทวนลมหรือแล่นก้าว (beating) มี หลักการสำคัญ คือ ตัวเรือต้องทำมุม 45 องศากับลม ดึงใบเข้ามาถึงมุมกราบท้ายเรือด้านใต้ลม นั่งให้ชิดไปด้านหน้าหรือตรงกลางลำเรือ เอาแด็กเกอร์บอร์ดลงให้หมด ตาดูใบ ถ้าใบสะบัดให้ดึงหางเสือเข้าหาตัวเล็กน้อย จนกระทั่งใบหายสะบัด

2. แล่นใบขวางลม (reaching) มีหลักการสำคัญ คือ ตัวเรือทำมุม 90 องศากับลม ปล่อยใบออกไปทำมุมประมาณ 45 องศากับตัวเรือ เอาแด็กเกอร์บอร์ดขึ้นประมาณครึ่งหนึ่ง ตั้งหัวเรือไปทางจุดหมาย แล้วปล่อยใบออก เมื่อใบสะบัดให้ดึงใบเข้าจนใบหายสะบัด

3. แล่นใบตามลม (running) มีหลักการสำคัญ คือ ปล่อยใบออกไปจนทำมุม 90 องศากับตัวเรือ เอาแด็กเกอร์บอร์ดขึ้นเกือบหมด เอียงเรือมาด้านตัวเองเล็กน้อย นั่งไปทางด้านหน้าเรือ การแล่นใบแบบนี้ทำ ความเร็วได้น้อยที่สุด การเลือกว่าจะใช้วิธีแล่นใบแบบไหนนั้นขึ้นอยู่กับทิศทางของลม ดังนั้นเพื่อจะไปให้ถึงจุดหมาย นักแล่นใบจึงต้องดูทิศทางลมและเลือกใช้วิธีแล่นใบให้ถูก รวมถึงต้องทำการกลับใบเรือเพื่อรับลมด้วย


ในการกลับใบมี 2 ลักษณะ คือ

1. กลับใบทวนลม (tacking) ทำเมื่อจะเปลี่ยนการวิ่งอีกด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่ง โดยดันหางเสือออกจากตัวช้าๆ จนหัวเรือเข้าหาลม ใบเริ่มสะบัด ให้ดึงเชือกเข้าหาตัวและก้มหลบเพลา (boom) เมื่อเพลา (boom) ผ่านหัวไปแล้วให้ย้ายตัวไปนั่งอีกข้าง พร้อมกับเปลี่ยนมือที่ถือหางเสือกับเชือกดึงใบ

2. กลับใบตามลม (gybing) ทำโดยดึงหางเสือเข้าหาตัวช้าๆ จนเรือเริ่มหมุน ให้ดึงใบเข้ามาเล็กน้อย เมื่อเพลา (boom) ผ่านหัวแล้ว ให้ย้ายตัวไปนั่งอีกข้าง พร้อมกับเปลี่ยนมือที่ถือหางเสือกับเชือกดึงใบ



ตำแหน่งการความเร็วในการแล่นใบ ในมุมต่างๆ เรือใบจะได้ความเร็วไม่เท่ากัน



Apparent Wind Speed = ความเร็วลมที่สัมผัส (คือความเร็วลมพัดจริง + ความเร็วลมพัดที่เกิดจากเรือวิ่ง)
True Wind = ทิศทางที่ลมพัดจริง
Alpha = ตำแหน่งมุม
Boat speed = ความเร็วเรือ


ในเรือใบขนาดเล็กอาจแล่นใบขวางลมได้เร็วกว่าตามลม หรือขึ้นอยู่กับใบเรือและ Centerboard
 โดยส่วนใหญ่ความเร็วสูงสุดจะอยู่ระหว่าง Close reaching กับ Broad reaching เรือใบจะสามารถวิ่งได้เร็วกว่าความเร็วลมเมื่ออยู่ในมุมที่ถูกต้อง

 เรือใบแล่นได้ด้วยลมอย่างไร และทำไมเรือใบจึงแล่นทวนลมได้


สามารถลองทำการทดลองง่ายๆ โดยใช้มือซ้ายจับไม้บรรทัดไว้  มือขวาถือปากกาตามที่แสดงในรูป (1)

ไม่ว่าปลายปากกาจะกดลงไปในทิศทางใดบนด้านเฉียงของแผ่นสามเหลี่ยมก็ตาม  แผ่นสามเหลี่ยมจะเคลื่อนที่ไปในทิศของลูกศรสีขาว  เมื่อปลายปากกากดลงบนด้านเฉียงของแผ่นสามเหลี่ยมตามแนวทิศ  v  เนื่องจากแผ่นสามเหลี่ยมเรียบลื่น  แรง R    ที่กดลงไปนั้นจะตั้งฉากกับด้านเฉียงของสามเหลี่ยม (ซึ่งก็คือไม่เกี่ยวข้องกับทิศทาง v โดยตรง)

แรงกด  R  นี้สามารถแบ่งออกเป็นแรงองค์ประกอบ  F1  และ  F2  โดยที่  F1  ทำให้แผ่นสามเหลี่ยมเคลื่อนที่ไปตามแนวไม้บรรทัด  (ตามทิศทางของลูกศรสีขาวในรูป(1)  F2 ทำให้แผ่นสามเหลี่ยมกดลงไปบนไม้บรรทัด  ในขณะที่ไม้บรรทัดจะมีแรงต้าน  P  กระทำต่อแผ่นสามเหลี่ยม  โดยต้านแรง  F2  ดังนั้นแผ่นสามเหลี่ยมจึงเคลื่อนที่ไปตามแนวแรง  F1  เท่านั้น  จากรูป (1) แสดงให้เห็นว่า  เมื่อกดปลายปากกาลงไปบนแผ่นสามเหลี่ยมจากทางทิศเหนือ  แต่แผ่นสามเหลี่ยมจะเคลื่อนที่ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ

            ในรูป (2) แสดงให้เห็นว่า  เมื่อเรือใบแล่นทวนลมนั้น  แรงลม  R  ที่กระทำต่อเรือใบจะตั้งฉากกับใบเรือ  (หากไม่มีแรงเสียดทานระหว่างกันจะตั้งฉากกับพื้นที่ผิวสัมผัส)  R  สามารถแยกเป็นแรงองค์ประกอบ  F1  และ  F2  โดยที่  F1 จะเป็นแรงผลักให้เรือใบแล่นไปข้างหน้า  ในขณะที่  F2 จะดันให้เรือเคลื่อนที่ไปตามแนวขวาง  แต่เนื่องจากท้องเรือและกราบเรือทางด้านข้างได้รับแรงต้าน (จาก Keel Boat ใต้ท้องเรือ) P  จากน้ำ  แรง  P จะต้านแรง  F2  ทำให้เรือไม่เคลื่อนที่ไปทางแนวขวางมากนัก  เรือจึงแล่นตรงไปได้


ถึงแม้เรือใบจะไม่สามารถวิ่งสวนลมในทางตรงได้ก็จริง แต่เรือใบก็ไปถึงจุดหมายปลายทางที่สวนลมตรงได้ ด้วยวิธี แล่นก้าว (beating) แล้วใช้วิธีวิ่งสลับฟันปลาซ้ายขวาไปเรื่อยๆ
















เอกสารอ้างอิง
   -กองทัพเรือ ประเทศไทย
   -ฟิสิกส์ราชมงคล
   -Wikipedia
   -Ocean Sail UK
   -Sailaboat tv 

วันอังคารที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ชนิดประเภทของเรือใบ (Type of Sailboat)

ชนิดประเภทของเรือใบ (Type of Sailboat)



ประเภทของเรือใบแบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ

1.ประเภทเรือใบดิงจี้ (Dinghy)
คือเรือใบขนาดเล็ก ลักษณะที่สังเกตุได้ง่ายคือ กระดูกงูกลาง (Center Board หรือ Dragger Board) ไม่ได้ติดเป็นชิ้นเดียวกันกับ กระดูกงูเรือ (Keel) โดยสามารถปรับเลื่อนขึ้น เลื่อนลงได้

ตัวอย่างเรือชนิดนี้ที่เจอบ่อย ได้แก่ 


เรือใบออฟติมิสต์ (Optimist Sailboat)


เรือใบออฟติมิสต์ (Optimist) เป็นเรือใบที่เล่นง่าย ไม่อันตราย ถูกออกแบบมาสำหรับเด็กโดยเฉพาะ สำหรับเด็กอายุน้อยกว่า 16 ปี

สัญญาลักษณ์ของเรือ คือ 



เรือใบเลเซอร์ (Laser Sailboat)


เรือใบเลเซอร์ (Laser Sailboat) เป็นเรือใบประเภท Dinghy ที่มีผู้นิยมเล่นแพร่หลายมากที่สุด เป็นเรือที่มีส่วนประกอบไม่ยุ่งยากซับซ้อน เหมาะกับนักเล่นมือใหม่ทุกเพศ ทุกวัย มีสภาพทนทะเลสูง ตัวเรือมีน้ำหนักเบาจึงสามารถบรรทุกไว้บนหลังคารถได้

เรือใบเลเซอร์จะมีอยู่ 3 ขนาด

สัญญาลักษณ์ของเรือ คือ 




เรือใบโอเค (OK Sailboat)


เรือใบโอเค (OK Sailboat) เหมาะกับผู้เล่นที่มีน้ำหนักตัว 60-100 กิโลกรัม เรือใบ OK ถูกออกแบบ และสร้างมาตั้งแต่ ปี ค.ศ.1957 ณ เมือง Seattle ประเทศสหรัฐอเมริกา โดย นาย Axel Dangaard Olsen บอกให้ นาย Knud Olsen นักออกแบบเรือ Yacht ชาว เดนมาร์ก สร้างเรือใบ dinghy ที่ใช้ผู้เล่นคนเดียว จากไม้อัด ซึ่งชื่อ OK หมายถึง แบบที่ ออกมา ใช้ได้

เรือใบ OK เป็นที่นิยมอย่างสูงใน ทศวรรษที่ 60 - 70 จนกระทั่ง ทศวรรษ 80 เรือใบ Laser ก็เป็นที่นิยม ทำให้เรือใบ OK ได้รับ ความนิยม น้อยลง


สัญญาลักษณ์ของเรือ คือ 




เรือใบมด (Mod Sailboat)



เรือมด หรือ เรือใบมด เป็นเรือใบที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงออกแบบและทรงต่อขึ้นมาด้วยพระองค์เอง และได้จดลิขสิทธิ์เป็นสากล ประเภท International Moth Class ที่ประเทศอังกฤษ และพระราชทานชื่อ เรือใบมดแปลงมาจากเรือใบ "ม็อธ" ซึ่งที่มาของชื่อทรงมีรับสั่งว่า "ที่ชื่อมดนั้น เพราะมันกัดเจ็บ ๆ คัน ๆ ดี" ต่อมาทรงพัฒนาเรือแบบต่อๆมาอีกโดยได้พระราชทาน ชื่อว่า เรือใบซูเปอร์มด และเรือใบไมโครมด



เรือใบมด มีความยาว 11 ฟุต กว้าง 4 ฟุต 11 นิ้ว เนื้อที่ใบเรือ 72 ตารางฟุต พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเรือใบมด เข้าทดลองแข่งขันที่ประเทศอังกฤษและได้อันดับที่หนึ่งในบรรดาเรือขนาดเดียวกัน



สัญญาลักษณ์ของเรือ คือ 




2. ประเภทคีลโบ๊ท (Keel Boat)
เรือใบ ประเภท Keel Boat นี้ สังเกตได้จาก กระดูกงูเรือ (Keel) จะยื่น ยาวลงไปใต้แนวน้ำ และจะมีน้ำหนัก (Weight) ถ่วงเพื่อให้เรือไม่ล่ม เมื่อถูกลมพัดปะทะใบ โดยจะคล้ายกับ ตุ๊กตาล้มลุก เป็นเรือที่เราเรียกว่า เรือยอร์ช (Yacht)

เรือใบ Keel Boat เช่น


เรือใบปลาทู (Platu Sailboat)
เรือใบ Platu หรือ เรือใบปลาทู หรือ เรือใบ Farr Platu 25 เป็นเรือใบประเภท Keel boat มีใบ จำนวน 3 ใบ คือ

  • ใบ Main
  • ใบ Genoa
  • ใบ Spinnaker


 โดยกระดูกงูกลาง (Keel) เป็นชิ้นเดียวกัน ใช้ผู้เล่น จำนวน 4 - 5 คน เลข 25 คือ มีความยาว 25 ฟุต ที่ได้รับการออกแบบ ตามความต้องการของผู้ใช้งาน โดยคนไทยมีส่วนร่วมอย่างมาก กับชาวนิวซีแลนด์ โดยตั้งชื่อ ปลาทู ซึ่งเป็น ปลาที่พบได้ในอ่าวไทยเราเอง เรือใบ Platu เป็นเรือใบอีกประเภทหนึ่งของ การแข่งเรือใบประเภท Keel boat ของกีฬา SEA Games อย่างเป็นทางการ เรือใบ Platu ออกแบบมา เพื่อให้ใช้งาน อย่างง่าย แต่สามารถแล่นได้เร็ว จึงเหมาะสำหรับลูกเรือซึ่งมีความชำนาญระดับต่าง ๆ


ผู้ออกแบบเรือ : บริษัท Farr Yacht Design ,Ltd.
ขนาดของเรือ
ความยาวตัวเรือ 7.50 เมตร
ความกว้าง 2.55 เมตร
กินน้ำลึก 1.58 เมตร
ระวางขับน้ำประมาณ 1.3 ตัน
พื้นที่ใบ Main 20 ตารางเมตร
พื้นที่ใบ Genoa 12.43 ตารางเมตร
พื้นที่ใบ Spinnaker 47 ตารางเมตร
บรรทุกน้ำหนักได้ 530 กิโลกรัม


สัญญาลักษณ์ของเรือ คือ 


เรือยอร์ช (Yatch Sailboat)




3. ประเภทคาตามารัน (Catamaran)
เรือใบ ประเภท Catamaran เป็น เรือใบ ที่มีตัวเรือ (Hull) มากกว่า 1 ลำตัว หากมี 3 ลำตัว จะเรียกว่า เรือ Trimaran ตัวอย่างเช่น

เรือโฮบี้แค็ท (Hobbie Cat)





เรือไทรมารัน (Trimaran Sailboat)



ข้อมูลอ้างอิง

  • กองทัพเรือไทย Royal Thai Navy
  • Wikipidia

วันศุกร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2557

ทดสอบแล่นใบ เรือ Aquaglide

ทดสอบเรือ Aquaglide 4.1 ณ บึงบอระเพ็ด


เรือลำนี้ทำได้ 4 อย่าง
1.เป็นเรือใบ
2.เป็นวินเซิร์ฟ
3.เป็นโดนัท
4.เป็นคายัค

ลูกเรือตัวเล็ก แสดงพลัง

วิ่งไปได้เรื่อยๆ ไม่ใช้เครื่องยนต์


เลี้ยวกลับไป กลับมาได้

ปาดหน้า เรือกรมประมง 16 ฟุต เครื่อง 200 แรง Mercury ... อุอุ

ขนาดเทียบกับรถ สามารถเก็บไว้ท้ายรถเก๋งสบายๆ
เก็บแล้วเหลือเท่านี้ ... พร้อมลุยทุกสถานะการณ์