ความสุข จะมีความหมายแท้จริง เมื่อได้แบ่งปัน ... The simple life-ชีวิตที่เรียบง่าย Adventurous-รักการผจญภัย Brave heart-ใจกล้าหาญ Creative-มีความคิดสร้างสรรค์ ...
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Boat movie แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Boat movie แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

Charlie St. Cloud ชาร์ลี เซนต์ คลาวด์

Charlie St. Cloud ชาร์ลี เซนต์ คลาวด์

Charlie St. Cloud สร้างมาจากหนังสือชื่อ The Death and Life of Charlie St. Cloud ของ เบน เชอร์วู้ด โดยหนังสือเล่มนี้ออกวางขายในปี 2004 และเรื่องราวอันแสนซาบซึ้ง อบอุ่นตราตรึงใจ อันนี้ ก็ได้รับเสียงวิจารณ์ชื่นชมอย่างล้นหลามจนถูกนำไปตีพิมพ์เป็นภาษาอื่นอีกกว่า 15 ภาษา และในที่สุดก็ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์


เรื่องเกี่ยวกับเรือ การแล่นใบ ความฝันของนักเล่นเรือ และวิถีชีวิตในแบบชาวเรือ



คนที่แล่นใบก็จะมีวิถีชีวิตเกี่ยวกับเรือและผูกพันธ์กับเรือ



เทส แครอล ...หญิงสาวผู้ฝันจะทำสถิติล่องเรือคนเดียวไปรอบโลก เพื่อใช้ชีวิตตามคติพจน์ dive for dreams ที่พ่อผู้ล่วงลับไปแล้วสอนไว้


 ชาร์ลี เซนต์ คลาวด์ และ แซม เซนต์ คลาวด์ หนุ่มนักกีฬาเรือใบ ผู้มีพรสวรรค์ในการแล่นใบ ได้รับชัยชนะด้วยฝีมือและลีลาอันเก่งกาจ ชาร์ลีเป็นนักล่องเรือวัยมัธยมที่ประสบความสำเร็จ จนได้รับทุนเรียนมหาวิทยาลัย แต่แล้วโชคชะตาชีวิตกลับทำให้ชาร์ลีก็ไม่อาจรับทุนของมหาวิทยาลัยได้ เมื่อโศกนาฏกรรมได้พัดพรากความฝันเขาไป ...



download

โหลดเสร็จรวมไฟล์อีกครั้งนึงโดย Join รวมไฟล์เข้าด้วยกัน

วันอังคารที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2560

The Finest Hours ชั่วโมงระทึกผ่าวิกฤตทะเลเดือด

The Finest Hours ชั่วโมงระทึกผ่าวิกฤตทะเลเดือด



เรื่องนี้เกิดจากเหตุการ์ณจริงของเรือน้ำมันที่กำลังจะจม ในปี ค.ศ. 1952 บริเวณนอกชายฝั่ง New England ได้เกิดพายุขนาดใหญ่ในระดับเฮอร์ริเคน ซึ่งเป็นพายุรุนแรงที่สุด ที่ได้รับการบันทึกไว้เป็นประวัติศาสตร์ (เหตุการณ์นี้ความรุนแรงในระดับพายุใต้ฝุ่นเกย์ในบ้านเรา)

ความรุนแรงนั้นส่งผลให้เรือน้ำมัน SS Fort Mercer และเรือน้ำมัน SS Pendleton ขาดเป็นสองท่อน ก่อนอับปางลง สภาพอากาศเลวร้าย คลื่นสูง 60 ฟุต มันเป็นภาระกิจที่แม้แต่ทีมกู้ภัยก็ยังไม่มีโอกาสรอด มีทีมกู้ภัยเพียง 4 คน ถือว่าเป็นภาระกิจไปฆ่าตัวตาย มากกว่าการเสี่ยงตายเพื่อไปช่วยผู้อื่น

เป็นสิ่งที่ท้าทายที่สุดในประวัติศาสตร์ จนความกล้าหาญเหล่านี้ส่งผลให้ทีมกู้ภัยได้รับรางวัล Gold Lifesaving Medal เพื่อยกย่องในความเสียสละชีวิตของพวกเขา
 

สร้างจากเรื่องจริง




RAR Password : ONE3UP.COM

โหลดเสร็จให้เปลี่ยนชื่อไฟล์ เช่น part01.rar, part02.rar, part03.rar เป็นต้น แล้วแตกไฟล์ ทั้งหมดพร้อมกันอีกที

Download


ข้อมูลอ้างอิง : One2up


วันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ALL IS LOST โดดเดี่ยวกลางทะเล

ALL IS LOST โดดเดี่ยวกลางทะเล




 
หนังผจญภัยกลางทะเล โดดเดี่ยวคนเดียว กับปู่ทะเล (Robert Redford) กับเรือลำเก่ง สำหรับคนที่ไม่ได้เล่นเรือ อาจดูไม่รู้เรื่องก็ได้ เพราะไม่เข้าใจว่าทำแบบนั้นไป เพื่อหรือเพราะอะไร หนังเรื่องนี้อาจไห้ประสบการณ์ในการแก้ปัญหา และวิธีเอาตัวรอดกลางทะเล และความพร้อมในตัวเองที่จะพร้อมจะผจญในทุกสถานการณ์



โหลดเสร็จให้เปลี่ยนชื่อไฟล์ เช่น part01.rar, part02.rar, part03.rar เป็นต้น แล้วแตกไฟล์ ทั้งหมดพร้อมกันอีกที

Download
Part1
Part2
Part3
Part4
Part5


วันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2558

บุรุษแห่งการเดินทางค้นหาและออกผจญภัย โลกใหม่ คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส

บุรุษแห่งการเดินทางค้นหาและออกผจญภัย โลกใหม่ "คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส (Christopher Columbus)"


ชีวิต คือ การเดินทาง

   ในยุคก่อน มนุษย์ เชื่อว่า โลกแบน และยังไม่มีใครพิสูจน์ได้ จึงทำให้นักเดินเรือไม่กล้าแล่นไบจนสุดขอบฟ้า เพราะกลัวตกขอบโลก ยังไม่นับความเชื่อที่ว่าใต้ท้องทะเลมีอสุรกายแห่งท้องทะเลอาศัยอยู่ และรอเวลาโผล่มาโจมตีกองเรือ แต่... โคลัมบัส เชื่อว่า โลกกลม และไม่น่าเชื่อที่ ความเชื่อของโคลัมบัส จะมีลูกบ้า ในระดับที่ไร้ขีดจำกัดคำอธิบาย...  โคลัมบัส เสนอทฤษฏีใหม่ของการเดินทางไปยังจีนและอินเดีย ด้วยการเดินเรือไปในทิศตะวันตก โดยการข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก (Atlantic ocean)
   โคลัมบัส ตั้งชื่อเรือลำที่ใช้เดินทางว่า ซานต้า มาเรีย (Santa maria) ซึ่งเป็นเรือขนาด 117 ฟุต 233 ตัน เรือส่วนใหญ่ขับเคลื่อนด้วย "ลม" ลมเป็นสิ่งสำคัญของนักเดินเรือทำให้เรือแล่นได้
   เรือ ซานต้า มาเรีย ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยลมอย่างเดียว แต่ยังขับเคลื่อนด้วยความเชื่อ และความหวัง ซึ่งหากปราศจาก 2 สิ่งนี้แล้วเรือคงหันหัวเรือกลับ คงจะไม่มีการค้นพบและการเดินทางที่ยิ่งใหญ่


เรือ Santa maria จำลอง ที่ West Edmontion Mall


ประวัติ
คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส เป็นนักเดินเรือชาวเจนัว ที่เป็นหนึ่งในนักสำรวจเพื่อหาโลกใหม่ในอดีตสันนิษฐานกันว่าเขาเกิดเมื่อราว ค.ศ. 1451 เกิดและเติบโตที่เมืองเจนัว ซึ่งเป็นเมืองท่าสำคัญทางการค้าของประเทศอิตาลีในเวลานั้น บิดาของเขามีชื่อว่าโดเมนิโก โคลัมโบ เป็นชนชั้นกลางทำอาชีพทอขนสัตว์ที่เดินทางไปมาระหว่างเมืองเจนัวและซาโวนา ส่วนมารดามีชื่อว่าซูซานน่า ฟอนตานารอซโซ และโคลัมบัสยังมีพี่ชายที่ชื่อบาร์โธโลมิวอีกคนหนึ่งที่มีอาชีพเป็นนักทำแผนที่โลกอยู่ที่เมืองลิสบอนซึ่งเป็นเมืองท่าขนาดใหญ่และเป็นเมืองหลวงของประเทศโปรตุเกส

คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส เป็นทั้งนักเดินเรือและนักสำรวจทางทะเล เขาออกทะเลตั้งแต่อายุ 14 ปี พอมีอายุได้ 30 ปี เขาก็เป็นนักเดินเรือและผู้นำร่องที่เชี่ยวชาญมากคนหนึ่ง ด้วยวัยเพียง 13 ปีเขาก็คิดได้แล้วว่า การเดินทางไปเอเชียได้โดยมุ่งหน้าไปทางตะวันตกมีความเป็นไปได้ เขาได้รับแรงบันดาลใจจากเพื่อนของบรูเนลเลสกีที่ชื่อ เปาโล ทอสคาเนลลี อายุรแพทย์และนักบันทึกลักษณะต่างๆ ของจักรวาล ซึ่งความรู้ของทอสคาเนลลี อาจไม่ได้ยังประโยชน์อันใดต่อโคลัมบัส หากเขาไม่ได้ทำการค้นคว้าอย่างละเอียดถ้วนทั่วโดยตัวเองทั้งในเรื่องของ ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ จดหมายเหตุ ปรัชญา และศิลปะอื่นๆ

นอกจากนี้เขายังศึกษาบันทึกการเดินทางของมาร์โค โปโลและเซอร์ จอห์น ที่เคยเดินทางไปประเทศจีน แต่เส้นทางบกสู่เมืองจีนที่อธิบายไว้โดยโปโลนั้น ทำให้การค้าช้าและแพงขึ้น เขาจึงได้ตัดสินใจที่จะหาทางเลือกทางทะเลที่ทำให้ประหยัดเวลาขึ้นและราคาถูกลง จะว่าไปแล้วในยุคนั้นชาวยุโรปต้องการเดินทางไปยังอินเดียและคาเธย์หรือจีนในปัจจุบัน เพราะดินแดนเหล่านี้เต็มไปด้วยสินค้าที่มีมูลค่าสูงอย่างเช่น เครื่องเทศ ผ้า ไม้ และอัญมณี แต่การเดินทางในตอนนั้นเป็นการเดินทางทางบกจึงมีอุปสรรคมากมายประกอบกับต้องใช้ระยะเวลายาวนานทำให้มีนักสำรวจคิดที่จะเดินทางโดยเรือซึ่งต้องเดินเรืออ้อมผ่านทวีปแอฟริกาไป ด้วยเหตุนี้ในคริสต์ศตวรรษที่ 15 ชาวโปรตุเกสซึ่งกำลังรุ่งเรืองด้านแสนยานุภาพทางทะเล จึงได้พยายามค้นหาเส้นทางเดินเรืออ้อมทวีปแอฟริกาไปยัง อินเดีย โดยมุ่งไปทางทิศตะวันออก แต่ครั้งแล้วครั้งเล่าก็ยังไม่มีใครทำสำเร็จในการเดินทางอ้อม “แหลมแห่งพายุ” ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น “แหลมกู๊ดโฮป” ที่เต็มไปด้วยพายุปั่นป่วนที่อยู่ทางด้านใต้ของทวีปแอฟริกา

โคลัมบัสมีความเชื่อตรงกันข้าม เขาเชื่อว่าโลกนั้นมีรูปร่างเป็นทรงกลม และสามารถเดินทางไป อินเดีย ได้โดยการเดินเรือไปทางทิศตะวันตก ซึ่งความเชื่อนี้เป็นที่ขัดแย้งกับแนวความเชื่อในยุคนั้นว่าโลกนั้นมีรูปทรงแบน เขาวางแผนการเดินทางใหม่ขึ้นมาซึ่งต่างจากนักสำรวจคนอื่นโดยสิ้นเชิง เขาศึกษาการเดินเรือจากแหล่งความรู้ต่างๆ เท่าที่พอจะหาได้ เช่น จากคัมภีร์ไบเบิล วรรณกรรมโบราณ และหนังสือวิทยาศาสตร์ซึ่งมีอยู่น้อยเล่ม หรือแม้กระทั่งบันทึกการเดินทางของมาร์โคโปโล พ่อค้าชาวเวนิสผู้เดินทางไปถึงทวีปเอเชียได้สำเร็จและเล่าถึงเส้นทางสายไหม และพูดคุยกับกะลาสีเรือ ท้ายที่สุดเขาตัดสินใจว่าเขาสามารถค้นพบเอเชียได้เร็วกว่าโดยการแล่นเรือไปทางทิศตะวันตกโดยการข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกไป

หลังจากที่เขามั่นใจในแผนการเดินเรือครั้งนี้แล้ว ก็ได้เข้าพบกษัตริย์แห่งโปรตุเกสเพื่อขอให้เป็นองค์อุปถัมภ์ ในเวลานั้นกษัตริย์แห่งโปรตุเกสคือพระเจ้าจอห์นที่ 2 ซึ่งใส่พระทัยรับฟังข้อเสนอแนะจากเหล่านักเดินเรือที่เข้ามาเสนอแผนการเดินเรือเป็นจำนวนมาก และทรงมีพระประสงค์ที่จะเผยแพร่ศาสนาคริสต์ไปยังดินแดนที่ค้นพบใหม่ แต่หลังจากที่พระองค์และคณะราชสภาได้อ่านแผนการเดินเรือของโคลัมบัสแล้ว ก็ไม่มีใครเชื่อว่าแผนการเดินเรือเช่นนั้นของเขาจะเป็นไปได้ ในตอนนั้นโคลัมบัสรู้สึกเสียใจมาก ซ้ำร้ายภรรยาของเขาก็เสียชีวิตลงอย่างกระทันหัน โคลัมบัสจึงได้นำดีเอโกบุตรชายวัย 5 ขวบของเขาเดินทางออกจากประเทศโปรตุเกสเพื่อไปพำนักกับญาติที่เมืองอัวล์บา เมืองท่าแห่งหนึ่งของประเทศสเปน และที่เมืองแห่งนี้โคลัมบัสได้เสาะหาความรู้เพิ่มเติมใหม่ๆ ด้วยการศึกษางานด้านจักรวาลวิทยา เปรียบเทียบแผนที่ทางภูมิศาสตร์ฉบับต่างๆ และหาช่องทางการสนับสนุนแผนเดินทางของเขา เขาจึงเดินทางไปขอความช่วยเหลือจากพระเจ้าเฟอร์ดินานด์แห่งอรากอน และพระนางอิสซาเบลลาแห่งกัสตีญา ซึ่งปกครองประเทศสเปนร่วมกัน แต่ในตอนแรกก็ได้รับการปฏิเสธด้วยเหตุผลเช่นเดียวกับพระเจ้าจอห์นที่ 2 แต่โคลัมบัสก็หาได้ละความพยายามไม่ เขาเพียรพยายามติดตามราชสำนักเพื่อขอให้ดำเนินการตรวจสอบแผนการเดินทางของเขา และรอคอยคำตอบจากราชสำนัก ในเวลานั้นเขาก็ได้แต่งงานกับสตรีผู้มีนามว่าเบียทริซ เดอรานา และให้กำเนิดบุตรคนที่สองแก่เขา และตั้งชื่อบุตรคนนี้ว่าเฟอร์นานโด

โคลัมบัสไม่ลดละความพยายามที่จะขอให้พระเจ้าเฟอร์ดินานด์แห่งอรากอน และพระนางอิสซาเบลลาแห่งกัสตีญาให้การสนับสนุนเขา จนในที่สุดแล้วก็ได้รับความช่วยเหลือพระเจ้าเฟอร์ดินันด์และพระนางอิสซาเบลลา ในวันที่ 19 เมษายน ค.ศ. 1492 โคลัมบัสบุตรชายช่างทอผ้าแห่งเมืองเจนัวก็ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นขุนนางแห่งเมืองกัสตีญา และได้รับตำแหน่งนายพลเรือ ทั้งสองพระองค์ได้พระราชทานเรือ 3 ลำและลูกเรือพร้อม เรือลำที่มีดาดฟ้ามีชื่อว่า “มารีกาลองค์” โคลัมบัสได้ตั้งชื่อใหม่ว่า “ซานตามาเรีย” เป็นเรือขนาด 233 ตัน มีลำเรือยาว 39 เมตร ส่วนเรือเล็กอีกสองลำชื่อว่า นิญา และปินตา ซึ่งมีระวางขับน้ำประมาณ 50 และ 60 ตันตามลำดับ

ลูกเรือในคณะของโคลัมบัสมีจำนวนไม่มาก เรือซานตามาเรียมีลูกเรือ 40 คน เรือปินตามี 26 คน เรือนิญามี 24 คน บางคนเป็นเพื่อนของโคลัมบัส แต่ส่วนใหญ่เป็นชาวชนบทจากแคว้นอันดาลูเซีย บ้างก็เป็นนักโทษประหารที่ได้รับการอภัยโทษแลกกับการเดินทางเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายในครั้งนี้ โคลัมบัสเป็นกัปตันเรือซานตามาเรีย กัปตันเรือปินตาคือมาร์ติน อะลองโซ ปินซอน ซึ่งมีน้องชายอยู่ 2 คน คือ ฟรานซิสโก เป็นต้นหนเรือปินตา และวีเซนเต เป็นกัปตันเรือนิญา

เรือทั้งสามลำออกจากท่าเล็กๆ ในเขตปาโลส เด ลา ฟรอนเตรา ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศสเปน เมื่อตอนพลบค่ำของวันศุกร์ที่ 3 สิงหาคม ค.ศ. 1492 ซึ่งตรงกับช่วงสมัยของสมเด็จพระรามาธิบดีที่2 ในกรุงศรีอยุธยาตอนต้น เรือทั้งสามลำพร้อมลูกเรือนับ 90 คน ประกอบไปด้วยลูกเรือและคนใกล้ชิดของโคลัมบัส รวมทั้งบุคคลในราชสำนัก อาทิตัวแทนของสมเด็จพระราชินี ผู้ควบคุมการเดินทาง นายสันติบาลเรือซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ติดอาวุธทำหน้าที่เหมือนตำรวจ คนทำหน้าที่เขียนบันทึกการเดินทาง ล่ามประจำเรือ ฯลฯ นอกจากนี้ ขบวนเรือของโคลัมบัสยังขนชาวยิวไปด้วยอีกราว 30 คน ซึ่งเป็นชาวยิวที่ฉวยโอกาสขึ้นเรือมาด้วยเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกไต่สวนทางศาสนา เพราะในช่วงนั้นกษัตริย์สเปนบังคับให้ชาวยิวเปลี่ยนมานับถือศาสนาคริสต์ การเดินทางในครั้งนั้นเขาและลูกเรือจะต้องประสบกับความน่ากลัว เพราะคนในสมัยในยังเชื่อว่าใต้ท้องทะเลอันมืดมิดมีสัตว์ร้ายอาศัยอยู่ และพอโคลัมบัสออกเดินเรือเขาเริ่มเขียนบันทึกการเดินทางเล่าว่าแม้จะเฝ้ารอคอยปานใดก็ไม่มีอสุรกายแห่งท้องทะเลโผล่มาให้เห็น โคลัมบัสมีเครื่องไม้เครื่องมือที่ช่วยในการเดินเรือมากมาย แต่สิ่งที่ขาดไม่ได้คือเข็มทิศและเครื่องวัดตำแหน่งท้องฟ้า นอกจากนี้เขายังรู้จักวิธีคำนวณระยะทางโดยดูจากตำแหน่งของดวงอาทิตย์และดวงดาวต่างๆ อีกด้วย เขาเดินเรือตามเส้นทางที่คำนวณไว้ได้ค่อนข้างตรงทาง โดยอาศัยเครื่องวัดความสูงของท้องฟ้าและเข็มทิศ ส่วนการวัดความเร็วใช้วิธีโยนเศษไม้ลงน้ำตรงใกล้หัวเรือแล้วจับเวลาโดยใช้นาฬิกาทรายแล้วนำมาคำนวณ เวลาผ่านไป 3 อาทิตย์ ทุกคนอ่อนล้า สถานการณ์จึงตึงเครียด มีเค้าว่าลูกเรือจะลุกฮือขึ้นหลายครั้ง แต่ในที่สุดประกายของความหวังก็มีให้เห็นเมื่อย่างเข้าสัปดาห์ที่ 4 เพราะลูกเรือเริ่มสังเกตุเห็นนกที่กำลังโฉบเหยื่อในทะเล และเห็นเศษไม้กิ่งไม้ลอยอยู่ตามกระแส

พอตกกลางคืนเมื่อเวลาตี 2 ของวันที่ 12 ตุลาคม ยามบนหอคอยเรือปินตาก็เห็นฝั่งทะเลอยู่ห่าง 10 กิโลเมตร เป็นเงาตะคุ่มอยู่ในแสงจันทร์ ลูกเรือโห่ร้องแสดงความยินดี ดินแดนแห่งนี้คือบาฮามาส และมีชาวพื้นเมืองที่มีผิวสีแดงอาศัยอยู่ เขาจึงเอาเรือเทียบฝั่งและขึ้นสำรวจประกาศเอาเป็นดินแดนเมืองขึ้นของสเปนเสีย โคลัมบัสขนานนามดินแดนแห่งนี้ว่า “ซานซัลวาดอร์” หลังจากนั้นเขาออกเดินเรืออีกครั้ง และใช้เวลาทั้งสิ้น 36 วันจึงได้พบแผ่นดินใหม่ และโคลัมบัสเชื่ออย่างสนิทใจว่าที่นี่คือหมู่เกาะที่มาร์โคโปโลเขียนถึงนั่นเอง

การพบเกาะครั้งนี้ ทำให้โคลัมบัสเชื่อว่าเขามาใกล้ประเทศจีนมากแล้ว เขาจึงออกเดินทางสำรวจจากเกาะหนึ่งไปยังอีกเกาะหนึ่งสืบต่อไปเพื่อหาทางไปสู่ประเทศจีนให้ได้ โดยโคลัมบัสคิดว่าตนเองพบเกาะที่อยู่ใกล้ญี่ปุ่น จากนั้นเขาเดินเรือต่อไปจนถึงคิวบา จนได้พบผู้คนผิวคล้ำซึ่งเขาเรียกว่า “ชาวอินเดีย” เพราะคิดว่าตนเองได้แล่นเรือมาถึงมหาสมุทรอินเดียแล้ว และเขาได้พบเห็นชาวพื้นเมืองนำใบไม้มามวนแล้วจุดไฟสูบ ซึ่งนั่นก็คือใบยาสูบนั่นเอง พอดีกับเสบียงอาหารจวนหมด เขาจึงยกกองเรือกลับสเปนเสียก่อน

สามเดือนภายหลังจากที่ค้นพบโลกใหม่เขากลับไปที่สเปนและนำเอาตัวอย่างทองคำและทรัพย์สมบัติอื่นๆและคนอินเดียพื้นเมือง 7 คน กลับไป โคลัมบัสได้รับการต้อนรับอย่างมีเกียรติ พระราชินีอิซาเบลลาประกาศถึงความสำเร็จนี้ว่า "มีความสำคัญ ยิ่งใหญ่เหลือคณา" และเชิญให้โคลัมบัสอยู่ในแถวหน้าสุดของคณะผู้ติดตามราชวงศ์ในงานราชพิธี และหลังจากนั้นเขาได้เดินทางกลับไปยังดินแดนใหม่ที่เขาพบอีกสามครั้ง โดยที่ไม่มีครั้งใดเลยที่เขาจะฉุกใจคิดว่า ดินแดนนี้คืออเมริกาในปัจจุบัน เพราะเขาเชื่อโดยสมัครใจว่าดินแดนที่เขาพบคือเอเชีย

โคลัมบัสเป็นชาวยุโรปคนแรกที่ได้เห็นและสัมผัสเมล็ดโกโก้ เขาสังเกตุว่าชนพื้นเมืองเก็บเมล็ดโกโก้ทุกเม็ดที่หล่นตามพื้นจนทำให้เขาคิดว่ามันมีค่ามาก แต่เมื่อเขานำมันกลับสเปนกลับไม่มีใครเห็นค่า จนกระทั่งอีก 2 ทศวรรษต่อมา นายพลคอร์เทสเป็นผู้นำเมล็ดโกโก้ กลับไปถวายพระเจ้าชาร์ลสที่ 5 ซึ่งเป็นกษัตริย์แห่งสเปนในสมัยนั้น ก่อนที่โกโก้จะแพร่หลายไปในประเทศอื่น ๆ เช่น ทรินิแดด ไฮติ เกาะต่าง ๆ ทางแอฟริกาตะวันตกและหมู่เกาะเวสต์อินดีส รวมไปถึงประเทศฟิลิปปินส์ อินโดนีเซียและศรีลังกาในเวลาต่อมา

การเดินทางครั้งสุดท้ายของโคลัมบัสสิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน ค.ศ. 1504 เมื่อเขาเดินทางกลับมาถึงเมืองซานลูกา เด บาร์ราเมดา ด้วยร่างกายที่อ่อนล้าและนัยน์ตาใกล้บอด เขาเสียชีวิตในวันที่ 20 พฤษภาคม ปี ค.ศ. 1506 ที่เมืองบาญาโดลิด และถูกฝังที่อารามใกล้เซวิลล์ โดยทิ้งให้ดีเอโก บุตรชายคนโตสืบบรรดาศักดิ์ต่อจากเขา หลังการสิ้นชีวิตของเขา พระเจ้าเฟอร์ดินานด์ได้ทรงสร้างรูปอนุสรณ์เพื่อเป็นการรำลึกถึงเขา โดยจารึกคำอุทิศว่า

“โคลัมบัส ผู้คนพบโลกใหม่ให้กับราชวงศ์กัสตีญาและเลออง”




"ความหวัง (ความฝัน) ทำให้ ... เรามีชีวิต
การลงมือทำ ... ทำให้ชีวิตมีความหมาย"



Download : 1942 : Conquest of Paradise ทศวรรษตัดขอบโลก

หลังจากโคลัมบัสเดินเรือค้นพบแผ่นดินใหม่แล้ว เขากลับมาพร้อมการต้อนรับเยี่ยงวีรบุรุษ แต่มีขุนนางกลุ่มหนึ่ง ค่อนขอดโคลัมบัสว่า แค่เดินเรือออกไป แล้วบังเอิญพบแผ่นดินใหม่ที่มีอยู่แล้วจะยิ่งใหญ่ได้อย่างไร ใครๆ ก็ทำได้ นั่นคือข้อกล่าวหาที่โคลัมบัสเจอมาตลอด วันนึงในงานเลี้ยงเฉลิมฉลองของโคลัมบัส ขุนนางที่หมั่นไส้โคลัมบัสมานาน ก็กระแหนะกระแหน โคลัมบัสด้วยเหตุผลเดิมๆ
  
"แค่เดินเรือออกไป แล้วบังเอิญพบแผ่นดินใหม่ใครๆ ก็ทำได้" โคลัมบัสไม่ตอบโต้อะไร แต่หยิบไข่มา 1 ฟอง

"ท่านตั้งไข่ใบนี้ให้ได้ซิ"
ขุนนางรับไข่มาและพยายามตั้งไข่ให้ได้ แต่ทุกครั้งที่ปล่อยมือไข่ก็ล้มลง

"ไม่มีใครตั้งไข่ได้หรอก"
ขุนนางยืนยันและท้าทาย "หรือท่านตั้งได้" โคลัมบัสรับไข่ใบนั้นมา เคาะเบาๆ ให้ไข่บุบลงเล็กน้อย จากนั้นก็ตั้งไข่ลงบนโต๊ะ ไข่ใบนั้นไม่ล้ม ขุนนางโวยวายทันที "แบบนี้ใครๆก็ทำได้"โคลัมบัสยิ้มแล้วตอบสั้นๆ ก่อนเดินจากไป

"แล้วทำไมท่านไม่ทำ"


"เวลาที่เห็นใครทำอะไรสักอย่างนั้นดูเหมือนจะง่าย แต่ การที่เริ่มต้นทำอะไรสักอย่างด้วยตัวเองนั้น มันยาก"
(The simplest thing in the world, anybody can do it after he has been shown how.)

วันอาทิตย์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

Cast away คนหลุดโลก

Cast away คนหลุดโลก

 
 
   เรื่องนี้วิศวะกรบริษัท  FedEx ที่ชีวิตในอาชีพการงานถูกกำหนดโดยนาฬิกา ทุกวินาทีของเขาต้องสร้างงานให้ได้มากที่สุด ในเวลาที่ควบคุมได้ตามกำหนด ซึ่งตรงข้ามกับเวลาชีวิตส่วนตัว ที่เขาไม่สามารถให้เวลากับตัวเองกับแฟนสาวได้เลย  และได้เกิดอุบัติเหตุทางเครื่องบิน ทำให้ต้องผจญชะตาชีวิต ใช้ชีวิตบนเกาะร้าง ห่างรัก และค่อยๆ เรียนรู้ที่จะเอาชีวิตรอด และในที่สุด ...
   เขาก็ค้นพบความหมายที่แท้จริงของชีวิต เรื่องราวการผจญภัยบนเกาะจะเป็นอย่างไร ...ลอง Cast away

โหลดเสร็จให้เปลี่ยนชื่อไฟล์ เช่น part01.rar, part02.rar, part03.rar เป็นต้น แล้วแตกไฟล์ ทั้งหมดพร้อมกันอีกที

Download
part1
part2
part3
part4
part5
part6

วันพุธที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

Safe Haven รักแท้หยุดไว้ที่เธอ

Safe Haven รักแท้หยุดไว้ที่เธอ

   หนังเรื่องนี้สร้างจากหนังสือขายดีอันดับหนึ่งของ นิโคลัส สปาร์ส์ ภาพยนตร์จากฝีมือการกำกับของ ลาสซี ฮอลสตรอม เข้าชิง 3 รางวัลลูกโลกทองคำ ฉากถ่ายทำของเรื่องนี้เกิดขึ้นที่เมือง เมืองวิลมิงตัน รัฐนอร์ธ แคโรไลนา สหรัฐอเมริกา เมืองติดทะเล Southport เมืองที่มีมุมเล็กๆน่ารัก มีท่าเรือติดทะเล ใช้ชีวิตแบบพอเพียง เรียบง่าย ฉากแต่ละฉากสวยงามมาก เหมือนสวรรค์เลยจริงๆ  ผมเฝ้าค้นหาว่าในเมืองไทยจะมีท่าเรือ และมุมน่่ารักๆ แบบนี้หรือเปล่าหนอ สำหรับการใช้ชีวิตในอนาคต

   หนังเรื่องนี้อาจไม่เหมาะกับผู้เป็นเบาหวาน หรือความดันสูง เพราะมันหวานซึ้งกินใจ จนน้ำตาลขึ้น


    "อย่า ... วิ่งหนี หัวใจตัวเอง
    ไม่มีที่ไหนจะปลอดภัย ... เท่าเวลาที่เราอยู่ข้างกัน"




โหลดเสร็จให้เปลี่ยนชื่อไฟล์ เช่น part01.rar, part02.rar, part03.rar เป็นต้น แล้วแตกไฟล์ ทั้งหมดพร้อมกันอีกที

Download
part1
part2
part3
part4

Captain Phillips ฝ่านาทีพิฆาต โจรสลัดระทึกโลก

 Captain Phillips ฝ่านาทีพิฆาต โจรสลัดระทึกโลก

 เป็นภาพยนต์ที่สร้างจากเรื่องจริงของ Captain Phillips เกี่ยวกับการเดินทางของเรือ ซึ่งบรรทุกสินค้ามาเต็มลำ ระหว่างทางมีโจรสลัดโซมาเลีย จะมาปล้น หรือเรียกค่าไถ่เรือสินค้า แมสค์ อลาบามา ของอเมริกาเรื่องนี้เกิดขึ้นในปี 2009 โดยในเรื่องนี้เราจะได้เห็นเกี่ยวกับอุปกรณ์เครื่องมือเดินเรือต่างๆ และอุปกรณ์รักษาความปลอดภัย การควบคุมในเรือสินค้า การใช้ชีวิตบนเรือ ซึ่งต้องอาศัยการร่วมมือกันในทุกๆฝ่าย



โหลดเสร็จให้เปลี่ยนชื่อไฟล์ เช่น part01.rar, part02.rar, part03.rar เป็นต้น แล้วแตกไฟล์ ทั้งหมดพร้อมกันอีกที

Download